เขามองศิษย์คนสุดท้ายที่กำลังกลิ้งเกลือกด้วยความเจ็บปวดอยู่บนเวที แล้วก็เจ็บปวดใจอย่างยิ่ง หากรู้แต่แรกก็น่าจะให้ผู้อาวุโสสามลงมือเองเสียตั้งแต่ต้น!
แต่ตอนนี้จะเสียใจไปก็สายเกินไปแล้ว
หลินเซียวกวาดตามองผู้อาวุโสสามอย่างเงียบ ๆ ด้วยความสนใจ
ผ่านไปครู่ใหญ่ เสียงอุทานชื่นชมที่ดังระงมไปทั่วห้องจัดเลี้ยงจึงค่อย ๆ เงียบลง ทุกคนต่างมองผู้อาวุโสสามด้วยแววตาร้อนแรง
มุมปากหลินเซียวค่อย ๆ ยกขึ้น
“นึกว่าคนของสำนักเจินอู่จะเป็นพวกไร้ฝีมือกันหมดเสียอีก ที่แท้ก็ยังมีตาแก่อยู่คนหนึ่งนี่นา”
เขาพูดพลางยิ้มระรื่น ใบหน้าสงบนิ่ง ทว่าความจริงกำลังเร่งฟื้นฟูพละกำลัง
เขาสัมผัสได้ถึงรอบข้าง แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ
นี่คือไพ่ตายใบสุดท้ายของพวกนั้นหรือ?
แม้จะยังไม่เห็นคนอื่น แต่เขาก็รู้สึกว่าน่าจะมีมากกว่านี้ จึงยังไม่ประมาทและคอยระวังตัวเงียบ ๆ
เฉินเส้าอันทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาก้าวฉับ ๆ ขึ้นเวที สายตาอำมหิตจับจ้องหลินเซียวไม่วาง
“ผู้อาวุโสสาม ข้าจะสับมันเป็นหมื่นชิ้น!”
เขาหรี่ตาลง ประกายเย็นเยียบในดวงตาเข้มข้นถึงขีดสุด
ผู้อาวุโสสามกวาดตามองหลินเซียวอย่างเย็นชา ก่อนพยักหน้าเบา ๆ
“คุณชายน้อย วางใจเถอะ คนที่กล้าลงมือกับคนของสำนักเจินอู่เรา จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครรอดชีวิต!”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา แม้ไม่ได้เน้นเสียง แต่ทุกคนกลับได้ยินอย่างชัดเจน
น้ำเสียงนั้นสั่นสะเทือนจิตใจผู้คน
มุมปากหลินเซียวค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ตาแก่นี่ก็วางท่าไม่เบาเลยนะ อายุปูนนี้แล้วยังออกมาข้างนอก ไม่กลัวเอวเคล็ดหรือไง?”
