หลินเซียวหัวเราะอย่างจนใจ “เอาละ ไม่ต้องมาแล้ว ครั้งนี้ไม่อันตรายเหมือนคราวก่อน วางใจเถอะ”
เจียงชูหนิงขมวดคิ้ว
“หลินเซียว ทำไมพูดจายืดยาดนักล่ะ เอาเป็นว่าตกลงตามนี้ เดี๋ยวฉันไปหานาย เรื่องแบบนี้ฉันไม่ปล่อยให้นายไปคนเดียวหรอก ถ้านายตายไปแล้วไม่รอฉันจะทำยังไง?”
“วางสายแล้วนะ”
เธอไม่เปิดโอกาสให้หลินเซียวพูดด้วยซ้ำ พูดจบก็วางสายทันที
เจียงชูหนิงวางโทรศัพท์ลง กลับรู้สึกสงบใจขึ้นมา
ใบหน้าของหลิ่วอวิ้นเต็มไปด้วยความจนใจ
“ชูหนิง ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย? ต่อให้เขาตาย เธอก็ยังมีทางรอดไม่ใช่เหรอ อย่างมากก็หลบไปอยู่ในที่ที่ไม่มีใครหาเจอ ใช้ชีวิตสุขสงบห่างไกลโลกภายนอก แบบนั้นไม่ดีหรือไง?”
เธอไม่ชอบท่าทีที่เจียงชูหนิงไม่เห็นชีวิตตัวเองเป็นเรื่องสำคัญแบบนี้
มุมปากของเจียงชูหนิงยกขึ้น
เธอมองหลิ่วอวิ้นตรง ๆ พลางยิ้ม “เราเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งหลายปี เธอยังไม่รู้จักฉันอีกเหรอ? ฉันเคยยอมแพ้ตั้งแต่เมื่อไหร่? ฉันเป็นคนที่จะเลือกหลบหนีหรือไง?”
ถ้อยคำนี้ทำให้หลิ่วอวิ้นพูดอะไรไม่ออก
เฮ้อ
เธอถอนหายใจเงียบ ๆ
เจียงชูหนิงเอ่ยช้า ๆ “ฉันจะไปหาหลินเซียว กลุ่มชูเจี้ยนต้องฝากเธอดูแลแล้ว ถ้าเราสองคนกลับมาไม่ได้ บริษัทนี้เธอจะจัดการยังไงก็ได้ ฉันคิดเรื่องนี้ไว้นานแล้ว หลังจากเข้าซื้อเทคโนโลยีอ้ายซิ่น ตอนนี้กลุ่มชูเจี้ยนก็มีคุณสมบัติพอจะเป็นไพ่ต่อรองให้เธอกลับเข้าไปอยู่ในแกนกลางของตระกูลหลิ่วแล้ว”
