ดวงตางามเย็นชาคู่นั้นฉายแววประหลาดใจ เห็นได้ชัดว่าเธอคาดไม่ถึงจริง ๆ
เดิมทีคิดจะตอบแทนบุญคุณเขา แต่กลายเป็นว่าตอนนี้กลับติดค้างบุญคุณเขาเพิ่มอีกเรื่อง การร่วมมือกับโรงพยาบาลไห่เฟิงไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเธอ แต่เรื่องนี้ต่างหากที่ร้ายแรงมาก
หลินเซียวยิ้มแล้วกล่าวว่า “ฝีมือกระจอกงอกง่อยเองครับ ผู้จัดการเจียงอย่าได้หัวเราะเยาะเลย”
เจียงชูหนิงกวาดตามองเขาอย่างครุ่นคิด
ไฟเขียวแล้ว รถจึงเคลื่อนต่อไป
“แน่ใจนะว่าไม่ต้องไปโรงพยาบาลตรวจดู?” เธอถามอีกครั้ง
หลินเซียวส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้ม
“ไม่ต้องจริง ๆ ครับผู้จัดการเจียง แค่แผลภายนอกเท่านั้น” เขาตอบ
เจียงชูหนิงพยักหน้าเบา ๆ แล้วถามต่อว่า “คุณพักอยู่ที่ไหน? ฉันไปส่งคุณกลับก่อนก็ได้”
หลินเซียวได้ยินแล้วรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่ในใจ
โตป่านนี้แล้ว กลับไม่มีแม้แต่บ้านเป็นของตัวเอง
“ผู้จัดการเจียง แค่หาที่จอดรถแถวโรงแรมใกล้ ๆ ให้ผมก็พอครับ” เขาตอบด้วยรอยยิ้ม
โรงแรม?
คิ้วเรียวงามของเจียงชูหนิงขมวดเล็กน้อย “แล้วบ้านคุณล่ะ?”
หลินเซียวตอบพร้อมรอยยิ้มว่า “สัญญาเช่าห้องเพิ่งหมดพอดีครับ คืนนี้ผมจะพักโรงแรมสักคืน พรุ่งนี้ค่อยหาเวลาไปหาห้องเช่าใหม่”
เจียงชูหนิงเข้าใจขึ้นมาทันที
เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย จะคิดซื้อบ้านก็คงเป็นเรื่องเพ้อฝันจริง ๆ
“อืม”
เธอส่งเสียงรับจากลำคอเบา ๆ แล้วไม่ได้พูดอะไรต่อ
ภายในรถตกอยู่ในความเงียบ
หลินเซียวมองแสงราตรีนอกหน้าต่าง แววตาฉายความจนใจอยู่เล็กน้อย
