หวังหยงคังถือถ้วยชาเดินเข้ามา วางลงตรงหน้าหลินเซียวแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม
หลินเซียวถามยิ้ม ๆ ว่า “อะไรทำให้คุณตกใจขนาดนั้น?”
หวังหยงคังส่ายหน้าไปมา
“ผมนึกว่าพอผู้จัดการซูลาออกแล้ว คุณก็คงไม่มาอีก ช่วงหลายวันนี้ผมคิดอยู่ว่าจะโทรหาคุณดีไหม ยังดีที่คุณมา ยังดีจริง ๆ”
สีหน้าของเขาดูมีความสุขมาก
หลินเซียวขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เมี้ยวเมี้ยวลาออกแล้วเหรอ?” เขาถามอย่างไม่เข้าใจ
หวังหยงคังชะงักไป
“อะไรนะ คุณยังไม่รู้เหรอ? เธอลาออกไปตั้งแต่สองวันก่อนแล้ว”
เขาพูดช้า ๆ
หลินเซียวรู้สึกแปลกใจขึ้นมา
สองวันก่อน... นั่นไม่ใช่วันที่เขาเพิ่งบอกเรื่องนั้นกับซูเมี้ยวเมี้ยวหรอกหรือ?
“อ้อ ช่วงสองวันนี้ผมไปทำธุระต่างเมือง เพิ่งกลับมา งานยุ่งมากจนไม่ได้ติดต่อใคร พอกลับมาปุ๊บก็รีบมาหาคุณเลย แล้วเธอไปไหนแล้ว?”
หลินเซียวถามด้วยความกังวลเล็กน้อย เขาอดห่วงไม่ได้ว่าซูเมี้ยวเมี้ยวอาจถูกเรื่องของเขากระทบกระเทือนใจจนทำอะไรโง่ ๆ ลงไป
แม้จะรู้ว่านิสัยของซูเมี้ยวเมี้ยวคงไม่ทำเรื่องแบบนั้น แต่เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นได้เสมอ
หวังหยงคังยิ้มแล้วบอกว่า “พอดีพ่อของเธอกลับมาทำธุรกิจอีกครั้ง เธอก็เลยไปช่วยงาน ตอนนี้เป็นผู้จัดการทั่วไปอยู่ที่บริษัทของพ่อ”
หลินเซียวถึงได้เข้าใจและผ่อนคลายลง
ที่แท้ก็ตกใจไปเอง
เขาค่อนข้างแปลกใจเหมือนกัน ไม่คิดว่าพ่อของเธอจะยังมีเงินกลับมาตั้งตัวได้อีก หลังจากคืนเงินสองล้านให้เขาแล้ว
“อ้อ อย่างนี้นี่เอง”
หวังหยงคังถูมืออย่างอดใจรอไม่ไหว ก่อนจะยิ้มกล่าวว่า “พอแล้ว ไม่พูดถึงเธอแล้ว เรื่องงอนกันของคู่รักอย่างพวกคุณก็ไปแก้กันเองเถอะ ทะเลาะกันบนเตียงก็ไปดีกันบนเตียง ผมคงไม่เข้าไปยุ่งหรอก ว่าแต่คราวนี้หลินเซียวเอาของดีอะไรมา?”
