“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ผู้อาวุโสใหญ่ไม่อยู่ แล้วเหตุใดเจ้าถึงได้วางท่าอวดดีนัก?”
มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มลึกลับ ก่อนเอ่ยถาม
ค่ายกลยังคงทำงาน พลังภายในนั้นเต็มเปี่ยมยิ่งขึ้น ผนังเริ่มส่องประกายระยิบระยับ ทว่าอวิ๋นเยว่กลับไม่ใส่ใจ
เพราะถึงอย่างไรก็ไม่มีทางทำลายมันได้แล้ว
นางยกมือเล็กขึ้นลูบตำแหน่งข้างเอวเบา ๆ เมื่อมีปืนพลังงานอยู่กับตัว นางเองก็อยากลองดูว่ามันจะใช้ได้หรือไม่
ผู้อาวุโสใหญ่ไม่อยู่ ต่อให้ลองแล้วไม่สำเร็จ อย่างน้อยก็ไม่ถึงกับเสียชีวิต
หึ!
ผู้อาวุโสสามแค่นหัวเราะ น้ำเสียงเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย ก่อนถามว่า “อะไร คิดว่าหนีจากมือข้าไปได้หรือ? คิดว่าหอวินัยของเราเป็นพวกไร้น้ำยาหรืออย่างไร!”
แววตาของอวิ๋นเยว่แฝงความเย้ยหยัน
นางกล่าวเสียงเย็นชา “ถ้าไม่ใช่พวกไร้น้ำยา เหตุใดตามจับข้ามาเกือบครึ่งเดือนแล้ว ข้ายังลอยนวลอยู่ข้างนอกได้เล่า? ผู้อาวุโสสาม อย่าสำคัญตัวเองนักเลย”
ผู้อาวุโสสามหรี่ตา สีหน้าเผยแววเหี้ยมเกรียม
เขากล่าวเสียงเย็นเยียบ “อวิ๋นเยว่ อย่ากำเริบเสิบสานให้มาก! กลางวันเจ้าแค่โชคดีรอดไปได้ แต่ตอนนี้ผู้อาวุโสรองแห่งสำนักจูเชวี่ยลงมือวางค่ายกลด้วยตัวเองแล้ว เจ้ายังคิดจะหนีอีกหรือ?”
แววตาของอวิ๋นเยว่เป็นประกายวูบหนึ่ง
“ผู้อาวุโสรองแห่งสำนักจูเชวี่ยหรือ? คิดว่าข้าจะเชื่อหรือ?”
นางกล่าวเสียงเย็นชา สีหน้าไม่เปลี่ยน
หึ!
ผู้อาวุโสสามแค่นเสียง ก่อนเอ่ยเสียงเข้ม “ไม่เชื่อใช่ไหม? ดี เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าตายตาหลับ!”
“ผู้อาวุโสรอง เชิญปรากฏตัวเถิด!”
