เขาหยุดฝีเท้า ยืนรอเงียบ ๆ
ผ่านไปครู่หนึ่ง แสงสีเขียวก็พลันกะพริบวูบวาบ เงาร่างงดงามในชุดขาวพลิ้วไหวปรากฏขึ้นภายในมิติ
เมื่อหลินเซียวเห็นหญ้าประสานเนื้อในมือของนาง จึงเข้าใจขึ้นมาทันที
“มาเปลี่ยนยาเหรอ?”
เขาถามอย่างประหลาดใจ
อวิ๋นเยว่เงยหน้ามองเขาแล้วตอบว่า “ถามอะไรไร้สาระ”
หลินเซียวเผยสีหน้าจนใจ “หรือให้ฉันจัดการเองดีกว่า”
อวิ๋นเยว่ถลึงตาใส่เขา
“ผู้ชายตัวโตอย่างนายเป็นอะไรไป? อายอะไรนักหนา?” นางแสร้งถามอย่างไม่เข้าใจ
หลินเซียวเถียงไม่ออก
“ก็ได้ มาเปลี่ยนยากัน”
เขาคร้านจะพูดไร้สาระอีก จึงเดินไปทางเตียง ในใจรู้สึกแปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูก
อวิ๋นเยว่เห็นเช่นนั้นก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
“ถอดกางเกง แล้วก้มลง”
นางพูดอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนหยิบหญ้าประสานเนื้อใส่ปากแล้วเคี้ยวเบา ๆ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หัวใจของหลินเซียวก็เต้นเร็วขึ้นหลายจังหวะ
แปลกชะมัด
เมื่อไหร่ถึงจะได้พูดประโยคนี้กับนักบุญหญิงบ้างนะ? คงสะใจน่าดู
เขาคิดในใจอย่างกระอักกระอ่วน ก่อนถอดกางเกงแล้วนอนคว่ำบนเตียง เปิดแผลให้เห็น
แต่อวิ๋นเยว่กลับขมวดคิ้ว
คราวนี้ข้างในทำไมมีกางเกงชั้นในเพิ่มมาอีกตัวล่ะ?
นางรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง
นางขยับเข้าไปใกล้ด้านหลังของหลินเซียว โน้มตัวลง แล้วพอกยาที่เคี้ยวไว้ลงบนแผล พันผ้าก๊อซให้เรียบร้อย จากนั้นก็ยื่นมือเล็ก ๆ ไปดึงกางเกงของหลินเซียวขึ้นทันที
มีกางเกงเพิ่มมาอีกตัว แบบนี้ก็หมดสนุกแล้ว
หลินเซียวลุกขึ้นยืน ก่อนพูดช้า ๆ ว่า “ยานี่ใช้ได้ผลดีจริง ๆ อีกสักพักฉันอาจต้องใช้ ถึงตอนนั้นช่วยหามาให้ฉันเยอะหน่อยนะ”
