ใบหน้าสวยของเจียงชูหนิงยังคงไร้อารมณ์ เธอกล่าวอย่างเย็นชาว่า “แล้วไงต่อ?”
หึ!
หลิวเฉินกวงแค่นเสียง ยกคางขึ้นอย่างหยิ่งผยอง ก่อนพูดอย่างอวดดีว่า “แล้วไงต่อเหรอ? ก็จะให้โอกาสเธอเป็นครั้งสุดท้าย คืนนี้จะอยู่กับฉันไหม?”
บนใบหน้าเต็มไปด้วยแววหยอกเย้า เขารู้ว่าเจียงชูหนิงไม่มีทางตกลง ที่พูดแบบนี้ก็แค่อยากดูถูกเธอเท่านั้น
เขาต้องการระบายความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในใจออกมาให้หมด
เจียงชูหนิงครุ่นคิดอยู่ในใจ แต่ปากกลับตอบทันทีโดยไม่ลังเล
“รอเข้าโรงพยาบาลก่อน แล้วให้แม่เธออยู่เป็นเพื่อนเถอะ”
เธอพูดราวกับเป็นเรื่องเล็กน้อย
ประโยคเบา ๆ นั้นกลับแทงใจหลิวเฉินกวงอย่างจัง
มุมปากของหลินเซียวเผลอยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เขาไม่คิดจริง ๆ ว่าเจียงชูหนิงจะพูดแบบนี้ออกมาได้
แววตาหลิวเฉินกวงฉายประกายเย็นเยียบอำมหิต เขายิ้มเหี้ยมแล้วกล่าวว่า “ดี ดีมาก ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็อย่าหาว่าตระกูลหลิวไม่ปรานี!”
คิ้วเรียวของเจียงชูหนิงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ลางสังหรณ์ไม่ดีผุดขึ้นในใจ
ถึงหลิ่วอวิ้นจะอยู่ที่นี่ แต่หลิ่วอวิ้นไม่ได้เป็นตัวแทนของตระกูลหลิ่ว
หลินเซียวเองก็ชักสงสัยขึ้นมา หลิวเฉินกวงมั่นใจอะไรนักหนา?
หลิวเฉินกวงจ้องเจียงชูหนิง ก่อนกล่าวอย่างเย็นชาว่า “เชิญคนเข้ามาได้แล้ว!”
มีคนรีบหันไปจัดการทันที
หลิวเฉินกวงหัวเราะเยาะแล้วกล่าวว่า “มาเถอะ ตรงนี้คนแน่นเกินไป ไปหาที่ครึกครื้นกว่านี้แล้วค่อยสนุกกันให้เต็มที่”
พูดจบก็ถอยหลังช้า ๆ สายตาจับจ้องเจียงชูหนิงไม่วางตา พอถอยไปได้ไม่กี่ก้าวจึงหันหลังเดินนำไป
