“ฉันไปหานายก่อนนะ พวกเธอเล่นต่ออีกสักพักเถอะ”
หลินเซียวไม่ได้พูดอะไรต่อ เรื่องแบบนี้ค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่า พูดมากไปก็ไม่งาม
ซูเมี้ยวเมี้ยวพยักหน้ารัว ๆ
“ได้...รีบไปเถอะ”
ตอนนี้เธอไม่กล้ามองหลินเซียวด้วยซ้ำ แทบอยากให้เขารีบไปให้พ้น ๆ
หลินเซียวกวาดตามองเธออีกครั้งอย่างพินิจพิเคราะห์
ใบหน้างดงามไร้ที่ติแดงระเรื่อ ยิ่งดูมีเสน่ห์
ซูเมี้ยวเมี้ยวก้มหน้าอยู่อย่างนั้น ไม่ยอมเงยขึ้นมา
หลินเซียวหันหลังออกจากห้อง เดินไปยังห้องทำงานของหวังหยงคัง
เฮ้อ
ซูเมี้ยวเมี้ยวถึงได้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ตอนนี้ใบหน้าแดงก่ำ หัวใจดวงน้อยเต้นตึกตักไม่หยุด
ฮึ
เสียงฮึเบา ๆ ดังสะท้อนไปทั่วห้องทำงาน ฟังดูแสนออดอ้อน
หลินเซียวมาถึงหน้าห้องทำงานของหวังหยงคัง ยกมือเคาะประตู
“เข้ามา”
หลินเซียวผลักประตูเดินเข้าไป
“อ้าว น้องหลินเซียวเองเหรอ บอกแล้วไงว่ามาเมื่อไรก็ไม่ต้องเคาะประตู เกรงใจอะไรกันกับพี่น้อง”
พอเห็นหลินเซียว หวังหยงคังก็ตาเป็นประกาย รีบยิ้มแย้มเดินเข้ามาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น
หลินเซียวหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดว่า “กลัวรบกวนพี่ทำงานน่ะครับ”
เขานั่งลงบนโซฟา
หวังหยงคังชงชาอย่างคล่องแคล่ว พลางโบกมือไปมา
“โธ่ พี่จะมีงานอะไรให้ทำ เหนื่อยแล้วก็แวะมาพักผ่อนที่นี่บ้าง ได้อู้งานสักหน่อย”
เขาวางถ้วยชาไว้ตรงหน้าหลินเซียว ก่อนนั่งลง
แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความคาดหวัง
