“เจียงชูหนิง บอกไว้เลยนะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เส้นทางเริ่มต้นธุรกิจของเธอในกรุงปักกิ่ง…จบเห่แล้ว!”
หลิวเฉินกวงพูดอย่างหนักแน่นและมั่นใจเต็มเปี่ยม
สีหน้าเจียงชูหนิงเย็นชา ทว่าลึก ๆ ในใจก็อดรู้สึกหดหู่ขึ้นมาไม่ได้
เงินทุนพร้อมหมดแล้ว ใครจะคิดว่าสุดท้ายกลับมาติดปัญหาเรื่องที่ดิน เธอเจ็บปวดใจอย่างยิ่ง
คงต้องหาทางอื่นแล้ว
พอดีกับที่หลิวซานเอ๋อร์เดินเข้ามาจากด้านนอก เขากวาดตามองไปรอบ ๆ อย่างรวดเร็ว พอเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ในห้องรับรองคือหลินเซียวกับเจียงชูหนิงจริง ๆ หัวใจก็พลันกระตุก
มาจนได้สินะ
หลิวเฉินกวงไม่แม้แต่จะหันกลับมา เพียงยิ้มเย็นแล้วเอ่ยว่า “มาแล้วก็เอาสัญญามา”
ชายฉกรรจ์คนหนึ่งรีบยื่นสัญญาให้ทันที
หลิวเฉินกวงรับไว้ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มดูแคลน ก่อนจ้องเจียงชูหนิงเขม็ง
“พี่สาม มาเถอะ ให้เถ้าแก่หวงเซ็นชื่อ”
เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองหลิวซานเอ๋อร์ แล้วส่งสัญญาออกไป
สีหน้าเจียงชูหนิงไม่เปลี่ยน ทว่าในใจกลับเจ็บแปลบ
หลิวซานเอ๋อร์กำหมัดแน่น ใจเต็มไปด้วยความลังเล ก่อนหน้านี้เขาคงเลือกตระกูลหลิวโดยไม่ลังเล และพยายามไม่ล่วงเกินเจียงชูหนิงให้มากที่สุด
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว หลินเซียวอยู่ที่นี่!
เขาเผลอมองไปทางหลินเซียวพอดีกับที่สบเข้ากับแววตาขบขันของอีกฝ่าย
เพียงแวบเดียว หัวใจเขาก็เริ่มเต้นรัว
เขาสังหรณ์ใจว่า ต่อให้ล่วงเกินหลิวเฉินกวง อย่างน้อยอาจยังพอเอาชีวิตรอดอย่างยากลำบากได้ แต่ถ้าล่วงเกินหลินเซียว…เกรงว่าตายอย่างไรก็ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
