ทีมงานมืออาชีพที่หมายเลขสิบสี่พามาถูกลี่เฟิงจัดการหมอบราบกันหมดแล้ว
อาวุธที่ใช้ได้ก็ถูกปัดตกพื้น ทั้งสองคนเหลือแค่มือเปล่าสู้กัน หมัดต่อหมัด แต่ละหมัดที่กระทบร่างได้ยินเสียงเลือดเนื้อกระแทกกันชัดเจน
ผ่านไปหนึ่งนาที หมายเลขสิบสี่เริ่มเสียเปรียบ มาร์ธาจัดการแผลแบบขอไปทีแล้วก็กระโจนเข้าสมทบ ถึงตอนนั้นสถานการณ์ถึงกลับมาสูสี
เสิ่นเยว่เห็นปืนตกอยู่ใกล้ตัว จึงหยิบขึ้นมา กวาดตามองหาตัวลี่เฟิง
เธอไม่เคยใช้ปืน แต่เห็นหมายเลขสิบสี่ใช้มาแล้วหลายครั้ง จำได้ว่าต้องทำยังไง
แต่ลี่เฟิงเคลื่อนไหวเร็วมาก เสิ่นเยว่ยิงนัดแรกพลาด แถมยังทำให้อีกฝ่ายรู้ตัว
ลี่เฟิงหันขวับมามองด้วยดวงตาแดงก่ำ พร้อมจะทิ้งมาร์ธากับหมายเลขสิบสี่ไว้ก่อน มาจัดการเสิ่นเยว่ให้ตาย
เห็นลี่เฟิงพุ่งเข้ามา เสิ่นเยว่กลับไม่มีท่าทีหวั่นไหวแม้แต่น้อย ยังคงเหนี่ยวไกต่อไป
นัดที่สองก็ไม่เข้า
นัดที่สาม ก็ยังไม่เข้า
ลี่เฟิงมาถึงตรงหน้าแล้ว เสิ่นเยว่จ่อปากกระบอกปืนไปที่หัวของอีกฝ่าย แล้วยิง
คราวนี้ ยิงถูกลี่เฟิงที่ใบหู
ในจังหวะเดียวกัน มาร์ธาที่พุ่งเข้ามาช่วยเสิ่นเยว่ก็ถูกสวนกลับเต็ม ๆ ร้องอูมด้วยความเจ็บ
เสิ่นเยว่หรี่ตาลงเล็กน้อย กำลังจะยิงอีกนัด แต่กลับมีคนกดมือเธอไว้
การเคลื่อนไหวของลี่เฟิงก็ชะงักราวกับถูกกดปุ่มหยุด
“พวกนายเรียกฉันมาให้ฉันเก็บศพพวกนายรึไง” เสียงทุ้มต่ำดังมาจากด้านหลังเสิ่นเยว่ กลิ่นอายแปลกปลอมแทรกซึมเข้าสู่ร่างของเธอในชั่วพริบตา จนเธอรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว แต่กว่าที่คนผู้นี้จะเอ่ยปาก เธอก็ไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนยืนอยู่ใกล้
เสิ่นเยว่ถึงแม้จะชอบพูดว่าตัวเองต่อให้รู้ตัวว่ามีอันตรายก็หนีไม่พ้น แต่การรู้ตัวว่ามีอันตรายแล้วหลีกเลี่ยงไม่ได้ กับขนาดรู้ตัวว่ามีอันตรายยังทำไม่ได้เลย มันคนละเรื่องกัน