ถึงจะเป็นคุณหนูตัวปลอมก็จะขอแกล้งโง่แบบกล้าหาญ

ตอนที่ 5 ตกลงจะได้อู้ไหมเนี่ย

4 นาที· 1K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

เสิ่นเยว่สมใจได้นั่งรถกลับบ้าน แต่ที่ผิดไปจากที่คิดไว้หน่อย ๆ ก็คือ เสิ่นอี้เฉินตามมาด้วย

เสิ่นเยว่ไม่เคยคิดว่าเสิ่นอี้เฉินจะมาปรากฏตัวที่นี่ ในความทรงจำของเธอ เสิ่นอี้เฉินไม่เคยสนใจอะไรเลยนอกจากเรื่องบริษัท เวลาเจอพวกน้อง ๆ ก็ไม่เคยมีสีหน้าดี ๆ ให้ เธอเลยคิดมาตลอดว่าเสิ่นอี้เฉินไม่ชอบเธอ หรือถึงขั้นรังเกียจ

แต่วันนี้เสิ่นอี้เฉินช่วยเธอก็เป็นความจริง

“เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมานานเท่าไหร่แล้ว” หลังจากห่มผ้าให้เสิ่นเยว่แล้ว เสิ่นอี้เฉินนั่งลงข้าง ๆ แล้วถามเรียบ ๆ

เสิ่นเยว่เม้มปาก คิดว่าด้วยความสามารถของตัวเองคงไม่มีทางหลอกคนที่ผ่านโลกมามากอย่างเสิ่นอี้เฉินได้ เลยตอบตามตรง “มีแค่วันนี้ค่ะ”

เสิ่นเยว่พูดความจริง แต่ตอนนี้สภาพเธอดูไม่ได้เอามาก ๆ แถมท่าทางเมื่อกี้ก็ดูน่าสงสารเกินไป ทำให้คำพูดนี้ฟังดูน่าเชื่อถือน้อยลงไปถนัดใจ

เสิ่นอี้เฉินคิดว่าเสิ่นเยว่ถูกข่มขู่จนไม่กล้าพูดความจริงมากกว่าจะเชื่อสิ่งที่เธอพูด

พอคิดถึงความเป็นไปได้นั้น เสิ่นอี้เฉินก็ทั้งสงสารและโกรธ

ยังไงเสิ่นเยว่ก็เป็นลูกสาวตระกูลเสิ่น ทำไมถึงถูกคนอื่นรังแกจนสภาพเป็นแบบนี้ได้ สองคนที่บ้านสอนเสิ่นเยว่มาจนนิสัยเป็นแบบนี้ได้ยังไง

นึกถึงเวลาที่เสิ่นเยว่เจอเขาแล้วมักจะทำท่าทางกลัว ๆ เสิ่นอี้เฉินก็พลันคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้มีสัญญาณมานานแล้ว แต่ไม่มีใครในบ้านสนใจเลยสักคน

“เธอขัดขืนบ้างไหม”

เสิ่นเยว่ตัวสั่น เรื่องที่ต้องเจอก็ต้องเจอ

ตั้งแต่ลงมือ เธอก็รู้ว่าเรื่องต่อยคนต้องถูกจับได้แน่ ๆ แค่เร็วหรือช้าเท่านั้น เธอแค่หวังว่าจะนอนอืดต่อไปได้อีกหน่อยก่อนถูกจับ

แต่เมื่อเสิ่นอี้เฉินถามแล้วก็ต้องตอบตามตรง

ในตระกูลเสิ่น ถ้ายอมรับผิดเองจะถูกลงโทษเบากว่าถูกจับได้แล้วจำใจยอมรับ ยิ่งไปกว่านั้น ในความทรงจำของเธอ เสิ่นอี้เฉินดูออกทุกครั้งว่าเธอโกหกหรือเปล่า

ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง เสิ่นเยว่ก็ตอบว่าง่าย ๆ “หนูต่อยพวกนั้นเละเลยค่ะ”

เสิ่นอี้เฉินได้ยินดังนั้น มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย แต่ก็หายไปเร็วมาก แล้วพูดเรียบ ๆ ว่า “อืม ทำดีแล้ว ลูกตระกูลเสิ่นไม่รังแกคนอื่น แต่ก็ให้ใครมารังแกไม่ได้”

“ขอบคุณค่ะคุณชายใหญ่” เสิ่นเยว่รู้สึกได้ว่าเสิ่นอี้เฉินสอนเธอด้วยความจริงใจ อีกทั้งที่ช่วยออกหน้าให้เมื่อกี้ก็สะใจมาก ถึงรู้ตัวว่าไม่ใช่คุณหนูตัวจริง แต่ตอนนี้ก็รู้สึกขอบคุณคุณชายใหญ่ที่ปกป้องเธอจากใจจริง

“คุณชายใหญ่สุดยอดจริง ๆ เลย”

เสิ่นอี้เฉินแอบเสียดายที่วู่วามทิ้งงานแล้วตามมาเมื่อกี้ แต่พอได้ยินประโยคนี้ จู่ ๆ ในใจก็เกิดความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้ชัดว่าตัวเองมีฐานะเป็นพี่ชาย

ทว่าในใจเขาก็ยังมีข้อกังขา

ปกติน้องสาวที่กลัวและไม่เคยเข้าใกล้ทำไมเปลี่ยนท่าที ใครสอนอะไรเธอรึเปล่า

“ใครสอนให้พูดแบบนี้”

เสิ่นเยว่เห็นเสิ่นอี้เฉินมองตัวเองด้วยสายตาค้นหาเลยคิดว่าเผลอประจบเกินไปรึเปล่า

ในคุก การมีปากที่พูดเป็นนั้นสำคัญมาก

พูดจาดี ๆ นอกจากไม่เสียหายอะไรแล้ว ยังทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดีจนยอมเปิดใจ

เธอจำได้ว่ามีคนสอนว่า “เสน่ห์อะไรนี่ถึงจะจับต้องยาก แต่พูดตรง ๆ ก็คือให้คนอื่นชอบเรานั่นแหละ เสิ่นเยว่ เธอเข้ากับคนแข็งเกินไป ถึงเรื่องที่พูดจะเป็นความจริงก็ไม่มีใครอยากเชื่อ ก่อนอื่นหัดชมคนก่อนแล้วกัน”

ดังนั้นในความทรงจำหลังจากนั้น เสิ่นเยว่เห็นตัวเองหัดชมแบบแข็ง ๆ ก่อน แล้วค่อย ๆ ชมได้เป็นธรรมชาติ สุดท้ายก็ถ่ายทอดความจริงใจได้แบบไม่ให้รู้ตัว

เสิ่นเยว่ใช้ความจริงใจเมื่อกี้ เธอรู้ว่าคำโกหกมีแต่จะถูกเสิ่นอี้เฉินจับได้ กับคุณชายใหญ่คนนี้แค่ใช้ใจก็พอ

เธอจะห่อหุ้มความรู้สึกที่อยากนอนไม่อยากไปโรงเรียนแล้วถ่ายทอดให้พี่ชายรับรู้อย่างแท้จริง!

“มีคนบอกหนูว่า อารมณ์ของคนเราไม่เชื่อมถึงกัน ถ้าหนูไม่พูดออกมาเอง ก็แทบไม่มีใครเดาความคิดจริง ๆ ของหนูได้ คุณชายใหญ่ หนูว่าพี่สุดยอดที่สุดแล้ว แล้วก็อยากขอบคุณมาก ๆ เป็นพิเศษ แต่หนูไม่เคยพูดออกมาเลย หนูรู้ว่านั่นผิด! เพราะงั้นตอนนี้หนูขอพูด!”

นี่เป็นครั้งแรกที่เสิ่นอี้เฉินรู้สึกถึงอารมณ์ด้านบวกจากเสิ่นเยว่ที่มีต่อตัวเอง ตกใจมากจนลืมนึกไปว่าใครคือคนที่เสิ่นเยว่พูดถึงกันแน่

เมื่อเผชิญหน้ากับเสิ่นเยว่ เสิ่นอี้เฉินก็เกิดอึดอัดอย่างที่ไม่ค่อยเป็น นึกไม่อยากสบตาเสิ่นเยว่ที่เต็มไปด้วยความรู้สึก เลยเอ่ยกับลุงจางว่า “ส่งฉันกลับบริษัทก่อน แล้วค่อยส่งคุณหนูกลับ”

“ครับ!”

เสิ่นเยว่ฟังแล้วดีใจสุด ๆ

เยี่ยมเลย ในที่สุดก็กลับไปนอนแผ่ได้สักที

ตั้งแต่เมื่อวานมีเรื่องเกิดขึ้นเยอะแยะเลย สมควรแล้วที่เธอจะนอนเอกเขนกบนเตียง ผ่อนคลายเต็มที่ ไม่คิดอะไรทั้งนั้น

พอใจลอย ร่างกายผ่อนคลาย เสิ่นเยว่ก็รู้สึกถึงความเปียกชื้นที่ก้นปุด ๆ ถึงได้รู้ตัวว่ายังใส่กางเกงตัวที่เปื้อนกาวอยู่!

ตอนที่เสิ่นอี้เฉินเตรียมลุกไป เขาเห็นเสิ่นเยว่นั่งก้มหน้าอยู่ในรถคนเดียวก็พลันใจอ่อน

เขาเลยอุ้มเสิ่นเยว่ออกมาจากรถ แล้วจูงมือเธอ “ตามฉันมาก่อน”

“ลุงจาง กลับไปเถอะ”

ลุงจางขานรับแล้วขับรถออกไปทันที ไม่รีรอเลยสักนิด คาดไม่ผิดที่เลือกแจ้งคุณชายใหญ่เมื่อกี้

ถึงคุณชายใหญ่จะไม่ค่อยแยแสคนในบ้าน แต่ก็เป็นคนที่รักพวกพ้องที่สุดในตระกูลเสิ่นไม่เป็นสองรองใคร

บางคนเตรียมพบซวยได้เลย

ส่วนเสิ่นเยว่ที่กำลังก้มหน้าก้มตาคิดว่ากลับไปแล้วจะกินขนมหวานอะไรดี: ?

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com
ดันขึ้นเพื่อไปตอนถัดไป