ผ่านไปหนึ่งวัน หลังจากที่คอยจดบันทึกโจทย์โอลิมปิกไว้เต็มสมุดหนึ่งเล่ม ในที่สุดเสิ่นเยว่ก็สามารถไขโจทย์ส่วนน้อยได้อย่างลื่นไหลขึ้นมาหน่อย
เน้นคำว่าส่วนน้อย
ชิงเสี่ยวอวี้มองดูกระดาษข้อสอบอันน่าอนาถของเสิ่นเยว่แล้วรู้สึกว่าเป็นเพราะความทรงจำของเสิ่นเยว่ยังไม่มากพอ ต้องท่องจำรูปแบบโจทย์ให้เยอะขึ้นอีก
ดังนั้นเธอจึงตามไปหาเย่อิ๋น บอกว่าอยากขอยืมสมุดรวมโจทย์ของเขามาหน่อย
แต่เย่อิ๋นกลับหยิบส่งให้อย่างใจกว้างผิดคาด ทว่าพอชิงเสี่ยวอวี้เปิดอ่านดู หน้าถึงกับดำ เย่อิ๋นให้แต่โจทย์พื้น ๆ ที่ง่ายจนไม่รู้จะง่ายยังไง ดูถูกใคร?
“เย่อิ๋น บอกฉันทีว่านายทำแค่นี้ทุกวันเนี่ยนะ?”
เย่อิ๋นทำสีหน้าราวกับว่าเรื่องนี้มันก็ต้องแบบนั้นอยู่แล้ว “ไม่ใช่งั้นรึไง? โจทย์หมื่นข้อย่อมไม่พ้นแก่นแท้เดิม แค่จับหลักสำคัญของโจทย์ได้ ที่เหลือก็แก้แตกฉานหมด”
ชิงเสี่ยวอวี้เข้าใจละ เย่อิ๋นใช้โจทย์พวกนี้ทำความเข้าใจแนวคิดหลัก พอเขาเข้าใจแล้วก็พิชิตทุกข้อได้สบาย
ได้ นี่มันเป็นอะไรที่เย่อิ๋นมาก
ชิงเสี่ยวอวี้ถอดแว่นตาตัวเองออก แววตาค่อย ๆ แข็งกร้าว เย่อิ๋น นายบังคับฉันเอง!
เป็นอันว่าชิงเสี่ยวอวี้เริ่มต้นเล่าจุดเด่นด้านการเรียนกับจุดยากของเสิ่นเยว่ช่วงนี้ออกมาหมดเปลือก
สุดท้ายได้ข้อสรุปว่า ถ้าอยากให้เสิ่นเยว่คว้ารางวัลก็ต้องป้อนโจทย์ให้เธอมากกว่านี้!
ถ้าตอนนี้ยังไม่เข้าใจเนื้อหาบางส่วน งั้นก็ใช้วิธีเลียนแบบเข้าช่วยแก้โจทย์
แค่ยัดโจทย์ให้เสิ่นเยว่เยอะพอ เสิ่นเยว่ก็ต้องพัฒนาจากเอไอสมองกลวงให้กลายเป็นปัญญาประดิษฐ์ของจริง!
