เสิ่นเยว่คิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเริ่มเรียบเรียงคำพูด
“ก่อนจะเริ่ม ฉันจำได้ว่ามีใครบ้างที่ไม่ได้เคลื่อนไหว และจำตำแหน่งที่พวกเขายืนด้วย”
“อืม” เสิ่นอี้เฉินฟังพลางหยิบแก้วอุ่นไฟฟ้าออกมาจากไหนไม่รู้ เริ่มอุ่นนมให้เสิ่นเยว่
“ช่วงเวลาตั้งแต่ฉันหันหลังไป จนถึงตอนผู้กำกับตะโกนว่าเริ่ม นั่นคือช่วงที่พวกเขาขยับตัว ในช่วงนั้นไม่มีเสียงวิ่ง แสดงว่าพวกเขาเดินด้วยความเร็วปกติ เมื่อรู้เวลาเคลื่อนที่แล้ว ก็เอามาเทียบกับความเร็วเดินกับระยะตั้งต้นก็พอจะคาดเดาได้”
เสิ่นอี้เฉินพยักหน้า สิ่งที่เสิ่นเยว่พูดอาจทำให้คนอื่นฟังแล้วเข้าใจยากในทันที แต่เขากลับจับประเด็นสำคัญได้ทันที “เธอไม่ได้แยกว่าเป็นชายหรือหญิง แต่ระบุตัวบุคคลไปเลยใช่ไหม”
เสิ่นเยว่จ้องนมที่เสิ่นอี้เฉินกำลังอุ่นอยู่ แล้วก็โพล่งออกมา “ฉันอยากเติมน้ำผึ้งหน่อย”
เสิ่นอี้เฉินชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนแก้วไฟฟ้าไปตรงกลางโต๊ะ มั่นใจว่าไม่มีอันตรายแล้วจึงหันไปหาน้ำผึ้ง
เสิ่นเยว่มองนมที่เริ่มมีไอร้อน คิดหาทางบอกพี่ชายแบบเนียน ๆ ว่าเทียบกับนมจืด เธอชอบนมหวานมากกว่า เทียบกับนมหวาน เธอชอบนมน้ำผึ้งมากกว่า และเทียบกับนมน้ำผึ้ง เธอชอบโยเกิร์ตที่สุด!
