โจวเสวี่ยหรงรู้มาตลอดว่า ตั้งแต่วินาทีแรกที่เข้ามาในรายการนี้ ดวงตาที่สะท้อนภาพของเธอออกมาได้ มีเพียงเสิ่นเยว่เท่านั้น
ดังนั้นตอนนี้ ดวงตาของเธอจึงมีเพียงเสิ่นเยว่เช่นกัน
มือที่จับอยู่ส่งผ่านไออุ่นจากเสิ่นเยว่ ตรงหน้าคือใบหน้าเรียบเฉยแต่ทำให้ใจสงบของเสิ่นเยว่ จู่ ๆ โจวเสวี่ยหรงก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาอย่างประหลาด ขอบตาแดงก่ำในทันใด
แต่เธอก็ฉุกคิดได้ว่าตอนนี้ไม่ใช่ตอนอยู่กับเสิ่นเยว่ตามลำพังยามเช้า แต่กำลังถ่ายรายการอยู่ จึงหลบไปซ่อนตัวอยู่หลังเสิ่นเยว่ เงียบ ๆ ปาดน้ำตาทิ้ง
เสิ่นเยว่จับโจวเสวี่ยหรงไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย มือหนึ่งจับคน อีกมือลากเก้าอี้ พาโจวเสวี่ยหรงออกห่างจากโจวเสวี่ยเจิงไปแบบนี้แหละ
เดิมทีเสิ่นเยว่ก็อยากตั้งใจฟังครูสอนดี ๆ พยายามจะขยันสักหน่อยหลังจากนอนเอกเขนกมาสองวัน แต่ฟังไปฟังมา จู่ ๆ ก็นึกได้ว่าเรื่องนี้น่ะตัวเองเคยเรียนแล้ว แถมยัง... เข้าใจสุด ๆ อีกต่างหาก
แน่นอน ว่าเรียนมาจากความทรงจำน่ะนะ
แต่ก็อย่างที่เขาว่ากันแหละ จำได้ก็ถือว่ารู้แล้ว เพราะงั้นเสิ่นเยว่ก็โยนปากกาจิ๋วทิ้ง หันซ้ายหันขวา มองไปทั่ว จนเห็นความผิดปกติของโจวเสวี่ยหรง
ไม่ลังเลเลยสักนิด เธอพาโจวเสวี่ยหรงออกมา
หลังจากวางเก้าอี้ของโจวเสวี่ยหรงไว้ข้างตัวแล้ว เสิ่นเยว่ก็ตบเบาะเก้าอี้ว่างอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นสัญญาณให้โจวเสวี่ยหรงนั่งลง
โจวเสวี่ยหรงเหมือนจะร้องไห้อีกครั้ง แต่สุดท้ายก็กลั้นไว้
เธอแค่แอบกำมือเสิ่นเยว่ไว้เงียบ ๆ แล้วกระซิบเบา ๆ ว่า "ขอบคุณนะ"
ท่าทางที่โจวเสวี่ยหรงกำมือเสิ่นเยว่แน่นนั้นดูเป็นความลับมากถ้ามองจากหน้างาน แต่ในจอกลับเห็นชัดสุด ๆ ผู้ชมที่เมื่อคืนซาบซึ้งไปกับมิตรภาพสุดเพอร์เฟกต์ของเด็กสาวสองคนก็เริ่มยิ้มแก้มปริทันที
