ตรงข้ามกับสงครามบนโลกออนไลน์ที่เหมือนยืนอยู่บนปากเหวและพร้อมจะปะทุทุกวินาทีอย่างสิ้นเชิง เสิ่นเยว่กลับนอนอยู่บนเตียง ทำท่าเหมือนต่อให้ตายตรงนี้ หรือกระโดดจากหน้าผาไปก็ไม่ยอมลุกเด็ดขาด ภาพช่างสงบงามดั่งกาลเวลาหยุดนิ่ง
“เยว่เยว่ ตื่นได้แล้ว” โจวเสวี่ยหรงพูดพลางเดินมาหน้ากล้องแล้วเปิดกล้อง
จนกระทั่งไฟแดงสว่างขึ้นอีกครั้ง เธอก็ยังไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใด ๆ
ถึงแม้จะเป็นการถ่ายทอดสดตลอดเวลา แต่แขกรับเชิญก็ต้องการความเป็นส่วนตัวตอนเปลี่ยนเสื้อผ้า ดังนั้นแต่ละห้องจึงมีพื้นที่เฉพาะที่ไม่มีกล้องไว้สำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้า
โจวเสวี่ยหรงเดินเข้าพื้นที่เปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมชุดหลายชุด พอกลับออกมาก็ดูดีมีสง่าราศรีแล้ว ตรงข้ามกับเสิ่นเยว่ที่ยังนอนอยู่บนเตียง ไม่ขยับเขยื้อน ไม่ต่างอะไรกับหมูตาย
โจวเสวี่ยหรงจัดการล้างหน้าล้างตาให้ตัวเองเรียบร้อยเหมือนเมื่อวาน แล้วถึงค่อยหยิบผ้าขนหนูมาที่ข้างเตียงเพื่อเช็ดหน้าให้เสิ่นเยว่
พลางเช็ดพลางเล่าเรื่องที่เธอเพิ่งได้ยินมาแบบไม่ตั้งใจให้เสิ่นเยว่ฟัง “เยว่เยว่ วันนี้ดูท่าจะไม่เหมือนเดิม ทีมงานบอกว่าจะให้โจทย์ข้อหนึ่ง ใครตอบถูกจะได้อาหารฟรีทั้งวัน และอยากทำอะไรก็ทำ
แต่คนที่ตอบผิดต้องเชื่อฟังคำสั่งคนอื่น ฟังดูน่ากลัวจังเลยนะ...”
ในที่สุดตาของเสิ่นเยว่ก็ลืมขึ้น หลังจากโจวเสวี่ยหรงเช็ดขี้ตาให้เธอจนสะอาด
ข้างหูหนึ่งดังขึ้นด้วยเสียงนาฬิกาปลุกเฉพาะตัวของทีมงาน: ยังจะนอนอีกนะ? คิดว่าตัวเองเป็นคุณหนูหมื่นล้านหรือไง? ยังจะนอนอีกนะ? คิดว่าตัวเองเป็นคุณชายตระกูลใหญ่หรือไง? ตื่นได้แล้ว! ที่นี่คือประเทศเซี่ยสังคมนิยม พวกที่นอนตื่นสายแบบฝรั่งรีบไสหัวออกไปซะ
ส่วนอีกข้างหูคือข่าวร้ายที่โจวเสวี่ยหรงเล่าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
