“โอ้!! ผู้คุมเห็นท่าทางของเสิ่นเยว่เมื่อกี้ไหมครับ ร่างกายแบบนั้นจะไปกันลูกธนูของหมายเลขสิบสี่ได้ยังไง เมื่อกี้เธอต้องใช้ความสามารถย้อนเวลาไปแน่ๆ!”
ผู้คุมมองผู้ช่วยตัวจี๊ดที่อยู่ข้างๆ แล้วก็ดูเหมือนจะพูดไม่ออกว่าคนเราจะโง่ได้ขนาดนี้เลยหรือ
“นายคิดว่าเวลามันอะไรกันขนาดนั้น แค่ระดับนี้ยังไม่ต้องถึงขั้นนั้นหรอก”
“ทำไมจะไม่ถึงล่ะครับ ในมุมมองของผม เมื่อกี้มันไม่สมเหตุสมผลเลย เธอต้องย้อนเวลากลับไปรู้ก่อนว่าลูกธนูนั่นจะยิงมาแน่ๆ!”
“ขี้เกียจพูดด้วย คนโง่”
เสิ่นเยว่ยังไม่รู้ว่าทุกการเคลื่อนไหวของเธอกำลังถูกวิเคราะห์อยู่ในตอนนี้ สิ่งที่เธอกำลังจะทำต่อไปคือการตามหาเพื่อนร่วมทีมคนต่อไปร่วมกับโม่ อามาน
“เมื่อกี้เธอบอกว่าอยากชนะ แต่ตัวหมากยังไม่พอ หมายความว่ายังไง” โม่ อามานคอยระวังรอบตัวอย่างระแวง พลางถามเสิ่นเยว่
“ก็หมายความว่าตัวหมากยังไม่พอน่ะสิ”
โม่ อามาน: ......
“เธอหมายถึงการหาคนที่มีของพิเศษแบบฉันใช่ไหม?”
เสิ่นเยว่พยักหน้า “ใช่”
“แล้วคนต่อไปเธอจะไปหาคนไหน”
“ไปหาซัว อี คงเจี๊ยบ”
“โอ้ เด็กคนนั้นที่ชอบเล่นเกมส์นินจาน่ะเหรอ?” โม่ อามานพอจะจำได้ เด็คนั้นมีฝีมือพอตัว การได้ของพิเศษมาครองก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ “ทำไมต้องเป็นเขาล่ะ”
โม่ อามานรู้ว่าเสิ่นเยว่ได้ข้อมูลของทุกคนมา แต่สำหรับข้อมูลที่เสิ่นเยว่ให้เธอก็ไม่ได้เชื่อถือทั้งหมด เธอทำได้เพียงคอยลองเชิง แล้วแยกแยะเอาเองว่าอันไหนจริงอันไหนเท็จ
ถึงแม้เมื่อครู่เสิ่นเยว่ดูเหมือนจะช่วยเธอไว้ แต่ความอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเสิ่นเยว่โดยไม่รู้ตัวนั้นช่างน่าหวาดกลัวจริงๆ