เสิ่นฮุ่ยยืนอยู่ตรงหน้าเสิ่นอี้เฉิน เงยหน้ามองเสิ่นเยว่ มุมปากเผยรอยยิ้มบาง ๆ นี่สินะคนที่แย่งฐานะของเธอไปตั้งหลายปี
ถูกเลี้ยงดูมาดีจริง ๆ ผิวพรรณเหมือนน้ำ ดวงตาใสซื่อ แล้วยังอารมณ์ที่แสดงออกมาแบบไม่ต้องปิดบัง ทุกอย่างฟ้องว่าเธอใช้ชีวิตอยู่ในครอบครัวที่เปี่ยมสุขขนาดไหน
แล้วทำไมต้องมีแค่ฉันที่โชคร้ายแบบนี้?
เสิ่นฮุ่ยมองสีหน้าที่ปั่นป่วนของเสิ่นเยว่เพราะเห็นเธอ ในใจเกิดความรู้สึกสุขแบบผิดปรกติ
ความสุขของแก เดิมทีมันเป็นของฉัน ฉันแบกรับความทุกข์ทรมานมากมายไว้ให้แก ถึงคราวแกต้องทุกข์บ้างแล้ว
ดวงตาของเสิ่นฮุ่ยจ้องมองเสิ่นเยว่ แผ่ความมุ่งร้ายออกมาอย่างไม่ปิดบัง เธอไม่พูดกับเสิ่นเยว่ตรง ๆ แต่ยื่นมือไปจับเสิ่นอี้เฉินไว้ พลางยิ้มเอ่ยปาก "ท่านพี่ใหญ่ นั่นน้องสาวที่ท่านพูดถึงเหรอ? งั้นฉันควรเรียกนางว่าน้องสาวหรือพี่สาวดีล่ะ?"
เสิ่นอี้เฉินได้ยินเสิ่นฮุ่ยพูดแบบนี้ สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย มองไปทางเสิ่นเยว่อย่างไม่รู้ตัว อ้าปากแต่กลับไม่รู้จะพูดอะไร
นี่คือเรื่องที่ยากที่สุดสำหรับเสิ่นอี้เฉินตั้งแต่เกิดมาเลยก็ว่าได้ ไม่มีเรื่องไหนเทียบเทียม
เขาเองก็ไม่เคยคิดว่าเรื่องเด็กถูกสลับตัวในนิยายจะเกิดขึ้นกับคนรอบข้างเขาจริง ๆ
เกิดขึ้นกับคนในครอบครัวเขา...
ทำไมต้องเป็นเสิ่นเยว่?
ปีนี้เธอเพิ่ง 14 เอง อีก 2 เดือนถึงจะครบ 15 การให้เธอมารับรู้เรื่องแบบนี้ในตอนนี้ เธอจะทำใจได้ไหม?
ถึงจะเป็นใครคนอื่นก็ยังดี ถ้าเป็นตัวเขาเองก็ยิ่งไม่เป็นไร เขาสามารถออกจากตระกูลเสิ่นแล้วเริ่มใหม่จากศูนย์ได้สบาย ๆ
แต่นี่มันเสิ่นเยว่
เสิ่นอี้เฉินไม่ตอบรับคำพูดของเสิ่นฮุ่ย เขารู้ว่าตัวเองทำแบบนี้ไม่ยุติธรรมกับน้องสาวที่เพิ่งตามหาพบ แต่หัวใจเขาก็ทำจากเนื้อหนังเหมือนกัน เมื่อเผชิญกับเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ไม่ว่าเหตุผลจะควบคุมอย่างไรมันก็ยาก หัวใจเขาเอนเอียงไปทางเสิ่นเยว่ตั้งแต่แรกแล้ว
