เสิ่นเยว่ไม่ได้รู้สึกสนิทกับพี่ชายคนที่สี่ของเธอเท่าไหร่ ถ้าจะให้พูดจริง ๆ ก็คือทุกครั้งที่เจอพี่สี่ เขาจะเดินตามหลังพี่ใหญ่ไม่ห่าง
ในสายตาของพี่สี่ไม่เคยมีเธอเลยสักครั้ง เหมือนกับว่าเธอเป็นอากาศธาตุ
ข่าวดีก็คือ พี่สี่มองข้ามทุกคนอย่างเท่าเทียม ยกเว้นพี่ใหญ่คนเดียว
นานวันเข้า เสิ่นเยว่ก็เลยเลิกสนใจพี่สี่ไปเอง จะไปทำให้ตัวเองหงุดหงิดทำไม ใช่ไหม?
พี่สี่คงจะไม่ชอบเธอแน่ ๆ เพราะไม่ชอบถึงได้ทำเป็นเมินตลอดเวลา ใช้ความเย็นชาเป็นเครื่องระบายอารมณ์ในใจ
แน่นอน ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะเธอมันโง่เกินไปด้วย เสิ่นเยว่รู้ตัวดีว่าสู้พรสวรรค์ล้ำเลิศของพี่สี่ไม่ได้ ก็เลยเป็นเรื่องปกติที่พี่สี่จะไม่อยากมีปฏิสัมพันธ์ด้วย
การไม่มีปฏิสัมพันธ์ก็ดีแล้ว ในใจเสิ่นเยว่เองก็หวาดกลัวการอยู่ร่วมกับพี่ชายพวกนี้มาตลอด รวมถึงตอนออกรายการด้วย เธอกลัวพี่สองมาก แต่ก็ต้องอยู่กับพี่สอง ก็ได้แค่ฝืนสะกดจิตตัวเอง ซ่อนความกลัวเอาไว้ในก้นบึ้งของหัวใจ
ถึงแม้ต่อมาพี่สองจะดูเปลี่ยนไปบ้าง แต่สำหรับเสิ่นเยว่ เธอก็ยังยึดหลัก หลีกได้ก็หลีก
กับพี่สี่ยิ่งแล้วใหญ่
เธอไม่รู้ว่าควรจะปฏิบัติตัวกับพี่สี่ยังไง ต่อให้รวมจำนวนคำที่เคยพูดกันมาแต่ก่อนก็ไม่เกิน 6 ประโยค แถมเนื้อหาบทสนทนาก็ยังเป็นคำว่า 'สวัสดีปีใหม่' ซ้ำ ๆ กันอยู่ดี นี่จู่ ๆ มาเจอหน้ากัน จะพูดอะไรดีล่ะ?
เสิ่นเยว่นิ่งเงียบไป
เสิ่นจี้เจ๋อก็นิ่งเงียบอยู่เหมือนกัน
สองคนสบตากัน มองเห็นความหวาดผวาแบบเดียวกันในแววตาของอีกฝ่าย วินาทีนั้นพวกเขาก็บรรลุสัจธรรม
ในโลกนี้ไม่มีเรื่องยากเกินใจ แค่ต้องรู้จักหนีให้เป็น
