เสิ่นอู้ถือมีดอยู่ กำลังเล็งจ่อที่คอของเสิ่นเยว่
ตามปกติแล้ว เมื่อมีมีดที่คมกริบเข้ามาใกล้ มนุษย์จะต้องหลบโดยอัตโนมัติ เพราะสมองส่งสัญญาณเตือนภัย นั่นคือสัญชาตญาณป้องกันตัว
แต่เสิ่นเยว่กลับทำเหมือนมองไม่เห็นมีดเล่มนั้น ร่างกายไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ต่อมันเลย ราวกับว่ามันไม่ใช่มีด แต่เป็นแค่ของเล่นชิ้นหนึ่ง
พูดอีกอย่างก็คือ ในชั้นจิตใต้สำนึกของเสิ่นเยว่ เธอไม่ได้จัดมีดผ่าตัดให้เป็นของอันตรายตั้งแต่แรก หรืออีกทางหนึ่ง จิตใต้สำนึกของเธอมองว่าเครื่องมือประเภทนี้อยู่ในขอบเขตที่เธอควบคุมได้อย่างสมบูรณ์
ดังนั้น เมื่อเสิ่นอู้เกือบจะเชือดเธอเข้าให้แล้ว เสิ่นเยว่ก็ทำแค่อย่างเดียว คือจ้องมองพี่ชายใหญ่ด้วยดวงตาเปียกชื้นอย่างใสซื่อ และเพิกเฉยต่อมีดเล่มนั้น
ถามว่าตาเปียกชื้นมาได้ไง?
ตอนที่คุณนอนไม่อิ่มแล้วต้องฝืนลืมตาขึ้นเพราะมีอะไรมากระตุ้นจากภายนอก ลองส่องกระจกดูสิ ตาคุณมันก็เปียก ๆ แฉะ ๆ แบบนั้นแหละ
แน่นอนว่า ตัวกระตุ้นจากภายนอกที่ทำให้เสิ่นเยว่สะดุ้งตื่นจากความฝันไม่ใช่เสิ่นอู้กับมีดติงต๊องของเขา แต่เป็นเพราะเธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพี่ชายใหญ่ ดูเหมือนพี่ใหญ่จะเจออะไรมา สภาพจิตใจปั่นป่วนมาก
แล้วเสิ่นเยว่ก็ตื่นขึ้นมา พอตื่นมาก็เจอใครบางคนเอาคมมีดมาจ่อที่ตัว จึงตัดสินใจทันทีที่จะฟ้องพี่ใหญ่ที่เพิ่งโผล่มาที่หน้าประตู
ส่วนเสิ่นอู้เองก็โดนเสิ่นเยว่เล่นงานไม่ทันตั้งตัว ชั่วขณะนั้นจะเก็บมีดก็ไม่ใช่ ไม่เก็บก็ไม่เหมาะ
เก็บมีดมันก็ดูจงใจเกินไป แต่ถ้าไม่เก็บ จ่อไว้แบบนี้ ก็ยิ่งดูผิดปกติกว่าเดิมอีก