เรือเทพมังกร
“ไอ้เบ็ดเฮงซวย ตกมาตั้งครึ่งวันแล้วไม่ได้อะไรเลย!”
“ดูเบ็ดข้าง ๆ บ้างสิ ของเขายังตกอาวุธประจำตัวได้เลย ทำไมแกถึงไม่ช่วยให้ฉันได้หน้าได้ตาบ้าง!”
“ก็เป็นเบ็ดเหมือนกันแท้ ๆ ทำไมคุณภาพถึงต่างกันขนาดนี้วะ”
ฉู่เจาเตะเบ็ดตกปลาที่หัวเรือไปทีหนึ่ง พลางครุ่นคิด
“ถ้าทะเลไร้พรมแดนมีอาวุธประจำตัวจริง ๆ อาวุธประจำตัวของฉันจะเป็นอะไรนะ?”
“พลังพิเศษของฉันคือเทพมังกร อาวุธที่มีคุณสมบัติพอจะเป็นอาวุธของเทพมังกรได้...”
“ถุงมือรูปกรงเล็บ? กระบองทองหรูอี้? ง้าวสามแฉกสองคม? ทวนปลายเพลิง?”
ในฐานะเด็กหนุ่มแห่งแผ่นดินมังกรที่เติบโตมากับนิยายและละครโทรทัศน์แนวกำลังภายใน ฉู่เจาค่อนข้างชื่นชอบกระบี่
“ถ้าเป็นกระบี่ก็ดีที่สุด คนเล่นกระบี่เท่สุด ๆ... ไม่สิ ดูสง่าที่สุดต่างหาก”
“ฉันชอบกระบี่ยาว ถ้าได้ 2 เล่มยิ่งดี เพราะ 2 เล่มเท่กว่าเล่มเดียว... ไม่สิ ดูสง่ากว่า”
ในหัวของฉู่เจาปรากฏภาพเด็กหนุ่มถือกระบี่ยาวไว้ในมือซ้ายและขวา ทั้งยังเปี่ยมด้วยความฮึกเหิม เพียงสะบัดมือก็ปล่อยแสงกระบี่พาดผ่านไปทั่วสารทิศ
สะบัดมืออีกครั้ง ห่ากระบี่นับหมื่นพุ่งหวีดหวิวเข้ามา โอบล้อมรอบกายกลายเป็นพายุคมกระบี่
สะบัดมือเป็นครั้งที่สาม เมฆบนฟ้ารวมตัวกันเป็นกระบี่นับร้อยล้านเล่ม รอรับคำสั่งจากเขา
“ฮิ ๆ...”
น้ำลายไหลย้อยจากมุมปากฉู่เจา
เขาไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อคืน คิดไปคิดมาก็พิงราวเรือแล้วหลับไป
พอตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เป็นเวลาเย็นแล้ว
ซูซูนั่งอยู่ข้าง ๆ ส่วนเย่เจี้ยนหลีพาเด็กสาวคนอื่น ๆ ออกกำลังกายด้วยอุปกรณ์ที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ซูซูคงลงมือทำงานร่วมกับพวกเธอไปแล้ว
แต่ตอนนี้เธอกลับแยกตัวออกจากกลุ่ม ทำให้ความคิดก่อนเข้านอนของฉู่เจาหนักแน่นขึ้น