ก่อนฟ้ามืด ฉู่เจาเตรียมจะลงทะเลอีกครั้ง แต่เหล่าสาว ๆ พร้อมใจกันคัดค้าน
ในโจ๊กข้าวทะเลใส่เนื้อกุ้งกับเม่นทะเลสำหรับมื้อเย็น มีเนื้อปลาทูน่ากับเนื้อหอยนางรมเพิ่มเข้ามาด้วย
กินเสร็จ ทุกคนนั่งล้อมวง พูดคุยพลางผิงไฟไปด้วย
คืนนี้บรรยากาศไม่อึมครึมเหมือนเมื่อคืนก่อน เหล่าสาว ๆ ผ่อนคลายลงมาก
เมื่อคืนเซี่ยซิงเหมียนนอนพักได้ไม่นาน พอกินข้าวเสร็จก็เข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ
ถังเหยียนตื่นเช้าที่สุด พักเดียวก็เอนพิงเจียงหว่านโหรวแล้วหลับไป
คืนนี้เย่เจี้ยนหลีเข้าเวรยาม เหล่าสาว ๆ ทยอยหลับกันไปทีละคน
กลางดึก ถังเหยียนตื่นขึ้นมา ลุกขึ้นหาวแล้วพูดว่า “พี่หลี ฉันมาเฝ้ายามเอง พี่ไปนอนเถอะ”
“ได้!”
เย่เจี้ยนหลีนอนราบลง แล้วเข้าสู่ห้วงนิทรา
รออยู่ครู่หนึ่ง ถังเหยียนก็ลุกขึ้นเติมฟืน ก่อนค่อย ๆ เดินมานอนตะแคงข้างฉู่เจาอย่างระมัดระวัง
เธอมองใบหน้าด้านข้างของฉู่เจา มุมปากเผลอยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
ฉู่เจาที่กำลังหลับสนิทพลิกตัวนอนตะแคงพอดี ทั้งสองจึงหันหน้าเข้าหากัน
ถังเหยียนเม้มริมฝีปาก ขยับตัวเข้าไปใกล้ จนระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือไม่ถึงหนึ่งฝ่ามือจึงหยุด
ทันใดนั้น ฝ่ามือของฉู่เจายื่นมาข้างหน้า ถังเหยียนก้มลงมอง ใบหน้าก็แดงก่ำขึ้นมาทันที
ฝ่ามือนุ่มนิ่ม ฉู่เจาบีบคลึงอยู่สองที ก่อนสะดุ้งตื่นขึ้นมาแล้วสบตากับถังเหยียน
ถังเหยียนรีบยกมือปิดปาก ถึงได้ไม่เผลอร้องออกมา
สัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มในฝ่ามือ ฉู่เจาก็ไม่อยากชักมือกลับ ส่วนถังเหยียนเองก็ไม่ได้ขยับ ทั้งคู่จึงชะงักค้างอยู่เช่นนั้นครู่หนึ่ง
