“อย่ากดมันเอาไว้ ปลดปล่อยมันออกมาเถอะ”
ฉู่เจาชี้ไปบนท้องฟ้า “ลองปลดปล่อยง่าย ๆ สักครั้ง ตะโกนใส่ทะเลดัง ๆ”
“มันได้ผลจริงเหรอ?”
“ลองดูก่อนสิ เผื่อได้ผลล่ะ? ยังไงฉันก็ไม่ปล่อยให้เธอตายหรอก”
“งั้นฉันลองดู”
ซูซูเงยหน้ามองท้องฟ้า
ฉู่เจากล่าวว่า “สูดหายใจเข้าลึก ๆ สักสองสามครั้ง จากนั้นรวบลมหายใจลงตันเถียน แล้วตะโกนออกมาดัง ๆ”
ซูซูสูดหายใจเข้าลึก ๆ สองสามครั้ง ก่อนจะร้อง “อา” ออกมา เสียงดังขึ้นกว่าเวลาพูดเพียงเล็กน้อย
“ดูฉันนะ”
ฉู่เจากระแอมเบา ๆ สองครั้ง แล้วอ้าปากกว้างที่สุด “อ๊า!!!!”
เสียงโหยหวนราวกับหมูถูกเชือดดังก้องเหนือผืนทะเล ลากยาวอยู่หนึ่งนาทีกว่าจะหยุด
ฉู่เจายื่นมือไปดึงมือที่ซูซูใช้ปิดหูออก “ตาเธอแล้ว ลองอีกที! ถ้านั่งตะโกนไม่ออกก็ยืนขึ้นตะโกน”
ซูซูค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน หลังสูดหายใจเข้าลึก ๆ สองสามครั้ง เธอก็ตะโกน “อา!”
“คราวนี้ดีขึ้นเยอะ เอาอีก!”
“อา!”
“อา!!”
“อา!!!”
เสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ และแต่ละครั้งก็ยาวนานกว่าครั้งก่อน
ผ่านไปครู่ใหญ่ ซูซูก็นั่งลงอีกครั้ง
ฉู่เจาถามว่า “รู้สึกยังไงบ้าง?”
“ไม่เลวเลย รู้สึกสบายใจขึ้นนิดหน่อย”
ฉู่เจากล่าวว่า “เมื่อก่อนเธอเอาแต่กดความรู้สึกตัวเองไว้ ตั้งแต่นี้ไปจะปลดปล่อยตัวเองให้เต็มที่ก็ได้ อยากทำอะไรก็ทำ ไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ”
“คำพูดคนอื่น ถ้าไม่อยากฟังก็ไล่ไปให้พ้น”
“เมื่อก่อนเธอไม่มีใครคอยหนุนหลัง ต่อไปฉันจะเป็นคนหนุนหลังเธอเอง”
ซูซูถามว่า “แล้วถ้าไม่ได้ผลล่ะ?”
“ไม่ได้ผลก็เปลี่ยนวิธี ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะหาทางช่วยเธอไม่ได้ ยังไงฉันก็ไม่มีวันยืนมองเธอตายเฉย ๆ”
ซูซูยิ้มกว้าง เธอโน้มตัวลงประคองใบหน้าฉู่เจาไว้ “ขอบคุณนะ กัปตัน”
สิ้นเสียง เธอก็จูบเขา ก่อนจะผละออกแล้วพูดอย่างตกใจว่า
“กัปตัน คุณมันหน้าด้าน! ถึงกับสอดลิ้นเข้ามาเลย!”