ถังเหยียนกำมือที่จับเสื้อผ้าไว้จนเริ่มสั่น “ไม่ได้ ฉันไม่อยากให้ซูซูเป็นอะไรไป รีบคิดหาทางสิ”
ฉู่เจากล่าวว่า “ตอนนี้มีทางเดียว คือคอยจับตาดูเธอตลอดเวลา ถ้าเกิดอะไรขึ้น เราจะรีบเข้าไปเกลี้ยกล่อม แต่...”
“แต่อะไร?”
“แต่ถ้ามองในฐานะเพื่อน เพื่อนของฉันทุกข์ทรมานจนอยากตาย ฉันอาจยอมให้เธอได้สมปรารถนา”
น้ำตาสองสายไหลลงจากดวงตาถังเหยียน เสียงของเธอเจือสะอื้น พยายามกดเสียงให้เบาที่สุด “ทำไมถึงต้องยอมให้เธอตายด้วย?”
ฉู่เจาก็กดเสียงลงเช่นกัน
“คนเราจะคิดจบชีวิตตัวเองก็ต่อเมื่อเผชิญกับความเจ็บปวดที่ยาวนาน แสนสาหัส และเกินทน!”
“ฉันไม่อาจเข้าใจความเจ็บปวดของเธอได้ ปล่อยให้เธอมีชีวิตอยู่ก็มีแต่จะยืดเยื้อความทุกข์ นั่นคือการทรมานที่อยู่ก็เหมือนตาย”
“เว้นแต่เราจะคลายปมในใจของเธอได้ เธอถึงจะก้าวผ่านมันไปอย่างแท้จริง”
ถังเหยียนรีบถามต่อ “แล้วจะคลายปมในใจได้ยังไง?”
“คิดว่าฉันทำได้ทุกอย่างหรือไง ฉันจะไปรู้ได้ยังไง”
“พอถึงเวลาต้องพึ่งนายกลับไม่ได้เรื่องซะงั้น”
ถังเหยียนทุบอกฉู่เจาเบา ๆ ก่อนมองไปทางห้องของซูซู “บางทีที่นายพูดก็ถูก ถ้าเธอก้าวผ่านมันไปไม่ได้ ก็มีแต่จะทุกข์ต่อไป”
“แต่ในฐานะเพื่อนของเธอ ถ้าเธอคิดสั้นขึ้นมาจริง ๆ ฉันอยากเจอเธอเป็นครั้งสุดท้าย”
ฉู่เจาพยักหน้า “เรื่องนี้ฉันยังทำได้”
เมื่อความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น ประสาทสัมผัสทั้งห้าของคนเราก็พัฒนาตามไปด้วย
ก่อนหน้านี้พลังเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยในแต่ละวัน จึงไม่รู้สึกชัดเจนนัก
หลังจากกินผลไม้ปริศนา ร่างกายของฉู่เจาแข็งแกร่งขึ้นเป็นเท่าตัว ประสาทสัมผัสทั้งห้าก็เฉียบคมขึ้นตามไปด้วย
ตอนนี้ ขณะที่เหล่าสาว ๆ ในห้องกำลังคุยกัน เขายืนอยู่ด้านนอกและได้ยินทุกคำอย่างชัดเจน
ถังเหยียนทุบเขาอีกที “เรื่องที่ควรทำกลับทำไม่ได้ แต่เรื่องที่ไม่ควรทำดันรับปากเร็วเชียว”