เย่หยางเงยหน้ามองพวกเขาแวบหนึ่ง แล้วยิ้มตอบว่า “อืม กลับมาแล้ว”
เมื่อคนอื่นยิ้มทักทายมา เขาก็ไม่ได้วางท่าอะไร อย่างไรเสียทุกคนก็มาขายปลาเหมือนกัน สุภาพไว้หน่อยย่อมไม่เสียหาย
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งสวมเสื้อกั๊กสีน้ำเงินรีบเข้ามาทักอย่างเป็นกันเอง “น้องชาย วันนี้โชคดีไหม ได้ปลามากี่ตัวล่ะ”
เย่หยางยิ้มบาง ๆ “ไม่มากหรอก สักหลายร้อยตัวได้”
พอได้ยินเช่นนั้น ชายเสื้อกั๊กสีน้ำเงินก็ยิ้มกว้าง “โห หลายร้อยตัวเลยหรือ เก่งนี่! ได้ปลาอะไรมา ตัวใหญ่ไหม”
“มีหลายชนิด ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ ทุกตัวยังมีชีวิตดีดดิ้นอยู่เลย”
“พูดง่ายดี!”
“พี่ชาย ขายให้ฉันจางหมดเลยเถอะ!”
“ฉันทำงานอยู่ท่าเรือนี้มาสิบกว่าปีแล้ว เรื่องยุติธรรมหรือไม่ ลูกค้าประจำย่อมรู้ดี!”
เขาตบอกตัวเองดังป้าบ ยิ้มจนหางตาย่นเป็นริ้ว
คำพูดเพิ่งขาด คนที่อยู่ข้าง ๆ ก็โห่ร้องขึ้นมาทันที
“โอ๊ย พี่จางนี่โม้เก่งจริง ๆ!”
“นายยุติธรรม แล้วพวกเราหลอกลวงกันหรือไง”
“พูดน้อยหน่อย คนที่จริงใจต้องเป็นฉันพี่หลี่ต่างหาก!”
“ฮ่า ๆ ๆ หลบไป ๆ คนที่ไม่เคยเอาเปรียบใครต้องเป็นฉันพี่หวังสิ!”
……
เย่หยางฟังทุกคนพูดแทรกกันไปมา ก็ยิ้มพลางโบกมือ “ทุกท่าน อย่าเพิ่งรีบแย่งกัน ขึ้นเรือไปดูของก่อนเถอะ ขอแค่ราคาเหมาะสม จะขายให้ใครก็เหมือนกันไม่ใช่หรือ”
“ได้เลย!”
พอได้ยินดังนั้น หลายคนก็รีบกระโดดขึ้นเรือ แล้วตรงไปยังช่องน้ำหมุนเวียนกับถังเหล็กใบใหญ่
พวกเขาชะโงกหน้ามองเข้าไปข้างใน
ให้ตายสิ!
ปลาเป็น ๆ เต็มช่องน้ำ พากันพลิกตัวไปมา เกล็ดสีเงินส่องประกายระยิบระยับ
