เย่หยางมองสำรวจพื้นทะเลผ่านสายตาของปังหู พร้อมกับหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความคาดหวังต่อสมบัติล้ำค่า
ก่อนหน้านี้เขาใช้จิตสำนึกเทพแห่งท้องทะเลไปกว่าสองชั่วโมง จนเหนื่อยล้าทางจิตใจแทบหมดสภาพ
แต่พอนึกถึงการออกตามหาซากเรือที่จมอยู่ใต้ทะเลในอีกไม่ช้า เขาก็เหมือนได้ฉีดยากระตุ้นเข้าไป จิตใจกลับมาฮึกเหิมอีกครั้ง
แค่คิดว่าจะได้สำรวจสมบัติลึกลับจากซากเรือใต้ทะเล เลือดในกายก็สูบฉีดแล้ว ต่อให้ร่างกายหมดเรี่ยวแรง เขาก็ต้องตามปังหูไปดูให้รู้แน่
เย่หยางรู้ดีว่าแม้ซากเรือใต้ทะเลจะมีอยู่มากมาย แต่ที่เรียกได้ว่าเป็นสมบัตินั้นมีไม่มากนัก
ทว่านี่คือซากเรือที่เขาค้นพบเป็นครั้งแรก ต่อให้สุดท้ายไม่ได้อะไรเลย เขาก็ยังได้สัมผัสความตื่นเต้นเร้าใจและความพึงพอใจอย่างเต็มเปี่ยม ความรู้สึกตื่นเต้นแทบเก็บไว้ไม่อยู่
หลังได้รับคำสั่ง ปังหูก็มุดลงทะเลแล้วเร่งความเร็วเต็มกำลัง พุ่งฉิวราวกับลูกธนูหลุดจากสาย พล่านไปในทะเลอยู่กว่าหนึ่งชั่วโมง ก่อนจะชะลอความเร็วแล้วหยุดกะทันหัน
“ถึงแล้วเหรอ?”
พอเห็นปังหูหยุด เย่หยางก็ใจเต้น รีบใช้จิตสำนึกเทพแห่งท้องทะเลสัมผัสความเคลื่อนไหวรอบตัว
เป็นอย่างที่คิด บนพื้นทะเลไม่ไกลนักมีซากเรือไม้ลำมหึมาปรากฏอยู่ใน “สายตา” ดูแล้วน่าจะยาวอย่างน้อยสิบกว่าเมตร คงเป็นของเก่าแก่จากยุคโบราณ
“ปังหู ว่ายไปทางซากเรือลำนั้น!”
เย่หยางตื่นเต้นอย่างยิ่ง รีบออกคำสั่งทันที เมื่อเข้าไปใกล้ เขาก็เห็นว่าตัวเรือถูกโคลนตะกอนหนาทึบฝังไว้เกือบทั้งลำ เหลือเพียงหัวเรือกับเสากระโดงที่หักแล้วโผล่พ้นออกมา
