หลังออกจากท่าเรือ เรือมุ่งลงใต้ไปสี่สิบไมล์ทะเล ผิวน้ำยังดูว่างเปล่าเหมือนเดิม
หัววัดอุณหภูมิน้ำในห้องบังคับเรือส่งเสียงรายงานขึ้นมาก่อน
“ต่ำกว่าทางเหนือสององศา”
“ต่ำสององศา” เย่หยางเดินเข้าไป วางมือพิงขอบจอ
“ต่ำสององศา แล้วยังลดลงเรื่อย ๆ” กะลาสีที่เฝ้าเครื่องหาปลาปรับค่าขยายขึ้นหนึ่งระดับ จอบนหน้าจอก็พร่ามัวไปทันที “ข้างล่างนี่กำลังพลิกเป็นสีขาว ชั้นหนึ่งทับชั้นหนึ่ง ผมนับชั้นไม่ไหวแล้ว”
เย่ไห่หล่างเบียดเข้ามาจากด้านหลัง มองแวบหนึ่งแล้วหันออกไปเรียกคน
“ทุกคนลงมาดูจอ! ลงมาให้หมด!”
……
เรือประมงลำเล็กระวางสองร้อยตันที่อยู่ข้าง ๆ แล่นตามมาดูด้วย
กัปตันเฒ่าบนเรือลำนั้นยื่นตัวออกมาครึ่งหนึ่งนอกกราบเรือ มองอยู่นาน ก่อนหันกลับมาชูนิ้วโป้งให้เรือไป๋ล่าง จากนั้นก็หันหัวเรือกลับ ค่อย ๆ แล่นไปตามแนวฝูงปลาที่มองไม่เห็นอย่างเชื่องช้า ราวกับมีใครจูงนำอยู่ข้างหน้า
“เขากำลังทำอะไรน่ะ” จื้อเหลียงที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างกราบเรือถาม
“เขากำลังช่วยเราหาหัวฝูง” เสิ่นมานนีพูด “ฝูงปลาซาร์ดีนมีหัว ตามหัวไปก็ล้อมตัวฝูงได้”
“เขามีเหตุผลอะไรถึงมาช่วยเราหา”
“เหตุผลก็คือวันนี้เขาจับปลาได้เพิ่มครึ่งท้องเรือ เดี๋ยวก็ต้องพึ่งพวกเราช่วยขนถ่าย”
……
การลงอวนรอบแรกไม่สำเร็จ
ทันทีที่ปากอวนแตะโดนชั้นฝูงปลา พวกมันก็แตกกระจายเป็นหมอกขาวกลุ่มแล้วกลุ่มเล่า เล็ดลอดออกไปตามช่องตาอวน พอสาวอวนขึ้นมา ในถุงอวนมีปลาไม่ถึงครึ่งตัน ที่เหลือเป็นแมงกะพรุนทั้งหมด กองเป็นพะเนินสีน้ำเงินบนดาดฟ้าเรือ แตกดังแปะ ๆ
“ปลาพวกนี้ลื่นยิ่งกว่าสาว ๆ อีก!” เย่ไห่หล่างเหยียบหลักผูกเชือกเรือแล้วสบถ “จับไม่อยู่เลย!”
คนในห้องเครื่องเถียงกันเรื่องอวนรอบนี้อยู่นานยี่สิบนาที
