เย่หยางไม่ได้ตั้งใจจะอุบไว้ให้คนอื่นสงสัย เขาฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “นี่คืออำพันหลวง เมื่อครู่นี้มันลอยอยู่บนผิวน้ำ ผมเห็นแวบเดียวก็จำได้แล้ว”
“อำพันหลวง?”
“ชื่อนี้ฟังดูคุ้น ๆ แต่เอาไปทำอะไรกันล่ะ?”
“ของแบบนี้...ขายได้เงินด้วยเหรอ?”
ลูกเรือกลุ่มนี้ล้วนเป็นอดีตทหารเรือ ไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้มาก่อน พอได้ยินเข้าก็เลยงุนงงกันไปหมด
แต่มีอยู่คนหนึ่งที่พอได้ยินก็ถึงกับตกตะลึงสุดขีด คนนั้นคือเย่ไห่หล่าง
ดวงตาของเขาเบิกกว้างราวกับกระดิ่งทองแดง ก่อนจะหลุดปากร้องออกมาว่า “โอ้โห พระเจ้าช่วย!!!”
“พี่หยาง!! ที่พี่กู้ขึ้นมาเป็นอำพันหลวงจริง ๆ เหรอ?!”
“ตอนพ่อผมออกเรือไปทะเลไกล ท่านเคยบอกผมด้วยตัวเองว่า ของสิ่งนี้มีค่ากว่าทองคำอีก ขายกันเป็นกรัม ไม่ใช่คิดเป็นชั่งนะ!”
“ก้อนที่พี่ถืออยู่นี่ดูแล้วหนักอย่างน้อยสี่ห้าชั่ง...โธ่เอ๊ย นี่คงมีค่าตั้งสามสี่ล้านเลยมั้ง?”
“ให้ตายเถอะ พี่หยางไปทำบุญอะไรมาเนี่ย? ออกทะเลครั้งเดียวก็เก็บภูเขาทองกลับมาได้เลยเหรอ?!”
เสียงของเขาพลันสูงขึ้น จนคนบนดาดฟ้าเรือเงียบกริบในพริบตา ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา
พอคนอื่นได้ยินคำว่า “สามสี่ล้าน” ก็อึ้งกันไปทั้งแถบ!
“อะไรนะ?! แพงกว่าทองคำอีกเหรอ?!”
“ของพี่หยางก้อนนี้...มีค่าหลายล้านจริง ๆ เหรอ?!”
“จริงหรือเปล่าเนี่ย? ดูก็ธรรมดาออก!”
“จับปลาได้ตัวหนึ่งก็ได้เงินหลายแสน เก็บก้อนหินขึ้นมาก็ได้เงินหลายล้าน...งานของพี่หยางนี่เก่งกว่าเครื่องพิมพ์ธนบัตรอีกนะ?”
“หาเงินง่ายเหมือนเล่นเลย ไม่น่าเชื่อเกินไปแล้ว!”
