แม้ซ่งหลีจะถามอย่างคลุมเครือ ทั้งยังพูดเหมือนอยากถามแต่ก็ไม่กล้า ทว่าฮั่วจิ้งเป่ยกลับเข้าใจความหมายของเธอทันที
เขาก้มหน้าลงอย่างกระอักกระอ่วน ราวกับเด็กที่ทำผิดมา
“อืม เป็นผมเอง ทั้งหมดเป็นความผิดของผม ขอโทษนะ! มีคนวางยา ผมกำลังแช่น้ำอยู่พอดีตอนที่คุณกระโดดลงแม่น้ำ”
พูดถึงตรงนี้ น้ำเสียงของฮั่วจิ้งเป่ยก็พลันร้อนรนขึ้น “ตอนแรกผมแค่ตั้งใจจะช่วยคุณ ไม่ได้คิดอะไรอย่างอื่นเลย แต่คุณ...”
ชายหนุ่มพูดพลางเหลือบมองหญิงสาวบนพื้นอย่างรู้สึกผิด
“คุณเหมือนจะเข้าใจผิด คิดว่าผมเป็นผู้ชายที่ทิ้งคุณไป แล้วก็เข้ามากอดผมแน่น ผมเลย... ไม่ได้ควบคุมตัวเอง ก็เลย...”
ฮั่วจิ้งเป่ยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ด้วยความลำบากใจ แต่พอพูดถึงตอนท้าย เสียงของเขาก็เบาลงเรื่อย ๆ
ซ่งหลีฟังจบก็อับอายจนซุกหน้าลงกับข้อพับแขน
เธอนึกออกแล้ว
เธอนึกออกหมดแล้ว
แต่ตั้งแต่ต้นจนจบ เธอเข้าใจมาตลอดว่าคนที่ช่วยเธอคือจ้าวชุนเซิง!
เธอคิดว่าจ้าวชุนเซิงสำนึกผิด เปลี่ยนใจ แล้วตามมาช่วยเธอถึงริมแม่น้ำ
เธอจึงซาบซึ้งใจและยอมรับเขาโดยไม่ระแวดระวัง ทั้งยังตอบสนองเขา
ไม่คิดเลยว่าจะเข้าใจผิด เธอเข้าใจผิดไปหมดแล้ว
จบกัน เธอจบเห่แล้ว
จ้าวชุนเซิงไม่ต้องการเธอก็ช่างเถอะ ตอนนี้แม้แต่ความบริสุทธิ์ของเธอก็ไม่เหลือ แล้วต่อไปเธอจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร!
เดิมทีเธอก็ไม่ได้คิดจะมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว
ทำไมถึงไม่ปล่อยให้เธอจากโลกนี้ไปอย่างหมดจดเสียที!
ซ่งหลีอยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา ไม่รู้ว่าควรโทษตัวเองหรือโทษผู้ชายตรงหน้า
“คุณ... คุณจะแต่งงานกับฉันจริง ๆ ใช่ไหม?” ซ่งหลีเงยหน้าขึ้นถามชายหนุ่มอย่างฉับพลัน
มาถึงขั้นนี้แล้ว เธอก็ทำได้เพียงยอมรับความจริง เมื่อนึกถึงคำสัญญาของชายหนุ่มเมื่อครู่ ซ่งหลีก็กัดฟันถามออกไป
ในเมื่อยังไม่ตาย เธอก็ต้องคิดหาทางใหม่
ถ้าผู้ชายคนนี้ผิดคำพูด พอเขาจากไป เธอก็ยังต้องกลับไปกระโดดน้ำอีก
ของล้ำค่าที่สุดของผู้หญิงคนหนึ่งไม่มีเหลือแล้ว เธอยังจะมีหน้าใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างไร
“ผมขอรับรองด้วยเกียรติของทหาร อีกหนึ่งเดือนคุณไปหาผมตามที่อยู่บนกระดาษได้เลย ผมสัญญาว่าจะทำตามคำพูด”
ฮั่วจิ้งเป่ยตอบอย่างหนักแน่น ทำให้ซ่งหลีวางใจลงได้ในที่สุด
เมื่อเห็นแววตาของซ่งหลีไหววูบ ฮั่วจิ้งเป่ยก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ผู้บังคับกองพันฮั่ว! ผู้บังคับกองพันฮั่ว...”
ฮั่วจิ้งเป่ยยังไม่ทันถอนหายใจได้หมด เสียงของหวังเว่ยตงก็ดังขึ้นราวกับอยู่ข้างหู
เขาหันไปมอง ก็เห็นว่าหวังเว่ยตงลงจากรถมาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ และกำลังเดินมาทางริมแม่น้ำตรงที่พวกเขาอยู่
หัวใจเขาพลันบีบรัด ไม่กล้าเสียเวลาอีก
“ผมต้องไปแล้ว คุณรีบกลับไปด้วยนะ ดูแลตัวเองให้ดี!”
ฮั่วจิ้งเป่ยพูดเสียงเบา ก่อนจะรีบก้าวยาว ๆ ไปทางหวังเว่ยตง
เมื่อเดินห่างออกไปหลายเมตรและแน่ใจว่าหวังเว่ยตงมองไม่เห็นจุดที่ซ่งหลีอยู่แล้ว เขาจึงตะโกนเรียกหวังเว่ยตงที่ยังคงมองซ้ายมองขวาเที่ยวตามหา
“หวังเว่ยตง”
หวังเว่ยตงได้ยินเสียงคุ้นหูก็ดีใจขึ้นมาก่อน จากนั้นเกือบจะร้องไห้ออกมา
“ผู้บังคับกองพันฮั่ว คุณหายไปไหนมา รู้ไหมว่าผมตกใจแทบตาย!”
ตอนนั้นฮั่วจิ้งเป่ยเดินมาถึงตรงหน้าหวังเว่ยตงแล้ว
เขายื่นมือไปตบไหล่อีกฝ่ายเบา ๆ “ดูทำเข้าสิ แค่นี้ก็ทำให้ตกใจแทบตายได้ จะไม่ขายหน้าทหารอย่างพวกเราไปหน่อยเหรอ”
หวังเว่ยตงยิ้มทั้งน้ำตา “ยังจะพูดอีก ผมไปรับคุณมา พวกเขาบอกว่าคุณเมาแล้วเดินออกไปเอง ผมกลัวว่าคุณจะหัวทิ่มตกคูน้ำขึ้นมา แล้วผมจะกลับไปอธิบายยังไงล่ะ!”
“ดื่มไปเยอะ ผมเลยอยากออกมาเดินให้สร่างเมา เห็นว่าตรงนี้มีแม่น้ำก็เลยลงไปว่ายอยู่พักใหญ่ พอได้ยินคุณเรียก ผมก็รีบขึ้นมานี่ไง...”
ระหว่างพูดคุยกัน ทั้งสองก็เดินมาถึงรถ
หลังขึ้นรถแล้ว ฮั่วจิ้งเป่ยมองผ่านกระจกรถไปยังจุดที่ซ่งหลีอยู่
ท่ามกลางความมืดสลัว เขาเห็นเงาร่างของหญิงสาวเหมือนกำลังเดินไปอีกทาง
ดูท่าเธอคงฟังคำพูดของเขาแล้ว
ฮั่วจิ้งเป่ยถอนหายใจยาวในใจอีกครั้ง ก่อนจะสั่งหวังเว่ยตง
“ไปกันเถอะ”
หวังเว่ยตงขานรับ สตาร์ตรถ เหยียบคันเร่ง รถก็หายลับไปในรัตติกาลอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้ในใจฮั่วจิ้งเป่ยสับสนวุ่นวายไปหมด
คืนนี้เพื่อไม่ให้ทำผิดพลาด เขาฝืนข่มแรงปรารถนาทางกายแล้วหนีออกมาจากบ้านของหยางเหมย ก่อนจะพุ่งลงแม่น้ำเพื่อดับความร้อนรุ่มในตัว
แต่ใครจะคิดว่าแม้กระโดดลงแม่น้ำแล้ว เขาก็ยังหนีแรงยั่วยวนของผู้หญิงไม่พ้น
ไม่สิ เมื่อครู่เธอไม่ได้ยั่วยวนเขาเลยสักนิด แค่เข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นผู้ชายอีกคนเท่านั้น
เป็นเรื่องบังเอิญผิดพลาด เขาเองก็ห้ามใจไม่อยู่ แต่จะโทษเขาทั้งหมดก็ไม่ได้ คืนนี้มีคนวางแผนเล่นงานเขา
สหายที่เสียชีวิตของเขาชื่อหลี่หงฉี ตอนนั้นอีกฝ่ายสละชีวิตเพื่อคุ้มกันทุกคน
ฮั่วจิ้งเป่ยเสี่ยงตายพาเขาออกมาจากสนามรบ หลี่หงฉีสิ้นใจบนแผ่นหลังของเขา
ตอนนั้นหลี่หงฉีแนบอยู่ข้างหูฮั่วจิ้งเป่ย เอ่ยขอร้องอย่างติดขัดว่า หลังจากเขาจากไปแล้ว ขอให้ช่วยเลี้ยงดูลูกชายที่เพิ่งเกิดได้ไม่นานของเขาจนเติบใหญ่
อีกทั้งช่วยส่งเขากลับบ้านเกิดไปฝังไว้ข้างกายพ่อแม่
เมื่อเผชิญหน้ากับสหายร่วมรบที่กำลังจะจากไป ฮั่วจิ้งเป่ยฝืนกลั้นความโศกเศร้า รับปากทุกอย่างทั้งน้ำตา และยืนยันว่าจะเลี้ยงลูกของเขาจนโตเป็นผู้ใหญ่ให้ได้
สามปีผ่านไปในพริบตา
ฮั่วจิ้งเป่ยไม่เคยลืมคำสัญญาเลยสักครั้ง ทุกเดือนเมื่อได้รับเงินเบี้ยเลี้ยง เขาจะกันส่วนหนึ่งส่งไปให้ภรรยาและลูกของหลี่หงฉีทันที
ในฐานะทหาร เขามักทำอะไรตามใจไม่ได้ นอกจากครั้งที่ส่งหลี่หงฉีกลับบ้านเกิดไปฝัง หลังจากนั้นก็ไม่มีโอกาสแวะมาเยี่ยมแม่ลูกคู่นี้อีก
แต่ทุกครั้งหลังส่งเงินไป ภรรยาของหลี่หงฉีจะเขียนจดหมายขอบคุณกลับมา บอกว่าได้รับเงินแล้ว เธอกับลูกสบายดี ให้เขาวางใจ
เธอยังมักเขียนถามไถ่สารทุกข์สุกดิบในจดหมาย บางครั้งถึงกับถามเรื่องส่วนตัวของเขาด้วย
อย่างเช่นมีคนรักหรือยังอะไรทำนองนั้น
เขาแทบไม่เคยตอบ หากตอบก็ถามแค่เรื่องลูก ส่วนเรื่องอื่นที่ไม่จำเป็นจะไม่พูดถึงเลย
วันนี้บังเอิญผ่านมาทางนี้ หากยังไม่ไปเยี่ยมแม่ลูกคู่นั้น เขาคงรู้สึกผิดต่อสหายรัก
ฮั่วจิ้งเป่ยจัดการธุระเสร็จก็เป็นช่วงบ่ายแล้ว ตอนกลางคืนเขาต้องออกจากอำเภอชิงซานเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดหมายถัดไป จึงมีเวลาว่างเพียงไม่กี่ชั่วโมงในช่วงบ่าย
เขารีบซื้อของฝาก แล้วเดินทางต่อหลายทอดจนมาถึงหมู่บ้านหงหลิ่ว ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านต้นไหวโบราณไม่ถึง 3 ลี้
หลี่หงฉีเป็นเด็กกำพร้าจากหมู่บ้านหงหลิ่ว ต่อมามีคนช่วยจับคู่ให้เขาแต่งงานกับหยางเหมย
พ่อแม่ของหยางเหมยมีลูกสาวสามคนมาตลอดชีวิต ไม่มีลูกชาย หยางเหมยเป็นน้องเล็กสุด
หลังแต่งงาน ทั้งคู่ก็ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านของพวกเขา
พ่อแม่คิดว่าในภายหน้าหลี่หงฉีจะช่วยดูแลพวกเขายามแก่เฒ่า ใครจะคิดว่าเขาจะจากไปก่อนทั้งสองคน
หลังหลี่หงฉีจากไป หยางเหมยก็ไม่เคยแต่งงานใหม่
เดิมทีฮั่วจิ้งเป่ยตั้งใจจะวางของฝาก นั่งพักสักครู่ พูดคุยไม่กี่คำ แล้วถามว่าพวกเธอแม่ลูกมีเรื่องอะไรที่ต้องการความช่วยเหลือในชีวิตหรือไม่ จากนั้นก็จะกลับทันที
แต่ครอบครัวหยางเหมยต้อนรับเขาอย่างอบอุ่นเกินไป ยืนกรานจะรั้งเขาไว้กินข้าวก่อนค่อยกลับ
ฮั่วจิ้งเป่ยปฏิเสธไม่ไหว อีกทั้งเห็นว่าเด็กได้รับการเลี้ยงดูจนเนื้อหนังอวบอิ่ม เขาก็พลอยยินดีแทนหลี่หงฉีขึ้นมาชั่วขณะ จึงตอบตกลง
ระหว่างกินข้าว พ่อของหยางเหมยเปิดเหล้ามาขวดหนึ่ง ฮั่วจิ้งเป่ยปฏิเสธโดยบอกว่าตอนกลางคืนมีภารกิจ ดื่มเหล้าไม่ได้
แต่คุณตายืนถือแก้วเหล้าไม่ยอมวาง เขาจึงจำใจดื่มไปสองแก้ว
หลังดื่มได้ไม่นาน เขาก็รู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัวและอึดอัดอย่างมาก
ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นเพราะอากาศร้อน ตั้งใจว่าจะอดทนกินข้าวให้เสร็จแล้วค่อยกลับ
พอออกจากบ้านไป ลมพัดสักหน่อยก็น่าจะไม่เป็นไร
แต่ใครจะรู้ว่าอาการร้อนรุ่มกลับยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ร่างกายก็เริ่มมีปฏิกิริยา
สัญชาตญาณระแวดระวังของทหารทำให้เขารู้ว่าถูกคนตระกูลหยางวางแผนเล่นงาน ต้องรีบไปจากที่นี่ ไม่อย่างนั้นต้องเกิดเรื่องแน่
ตอนฮั่วจิ้งเป่ยลุกขึ้นขอตัว เขาถึงเพิ่งสังเกตว่าคนแก่กับเด็กที่นั่งอยู่บนโต๊ะอาหารเมื่อครู่หายไปหมดแล้ว
ในบ้านเหลือเพียงเขากับหยางเหมย
