กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ค่อย ๆ ลอยแตะปลายจมูกของฮั่วจิ้งเป่ย
เธอยังบริสุทธิ์
เธอยังเป็นสาวพรหมจรรย์
เหงื่อผุดพรั่งพรูบนหน้าผากฮั่วจิ้งเป่ย เขาถึงกับทำลายความบริสุทธิ์ของหญิงสาวคนหนึ่งเสียแล้ว
ฮั่วจิ้งเป่ย แกมันสมควรตาย!
ชายหนุ่มยกมือขึ้นทุบศีรษะตัวเองอย่างแรง
ฮั่วจิ้งเป่ย แกยังเป็นทหารอยู่แท้ ๆ แล้วความอดทนของแกหายไปไหน ทำไมถึงทำเรื่องแบบนี้ได้ นี่มันถึงขั้นติดคุกเลยนะ!
“พี่ชุนเซิง พี่ต้องแต่งงานกับฉันนะ ฉันมอบทุกอย่างให้พี่แล้ว พี่ต้องแต่งงานกับฉันให้ได้...”
ซ่งหลีที่ยังมีสติเลือนรางเอ่ยวิงวอนเสียงแผ่ว
เมื่อสงบสติอารมณ์ลง ฮั่วจิ้งเป่ยก็เข้าใจสาเหตุที่ซ่งหลีกระโดดน้ำจากคำพูดของเธอในที่สุด
ที่แท้เธอถูกคนที่รักหักหลังนี่เอง!
ที่แท้ชายที่เธอรักก็ไม่ต้องการเธอแล้ว
เธอถึงได้กระโดดน้ำ
หลังถูกช่วยขึ้นมา สมองที่ยังมึนงงของเธอกลับเข้าใจผิด คิดว่าเขาเป็นผู้ชายที่ทอดทิ้งเธอ
เธอเข้าใจผิด ตั้งแต่แรกก็เข้าใจผิดแล้ว
แต่เขากลับถูกความปรารถนาครอบงำ จนไม่ได้ยินเลยว่าตอนแรกเธอพูดอะไร
เดิมทีเธอเป็นหญิงสาวบริสุทธิ์ที่ต้องกระโดดน้ำฆ่าตัวตายเพราะความรัก
ตอนนี้ยังถูกเขาทำลายความบริสุทธิ์อีก ต่อไปเธอคงยิ่งไม่มีทางใช้ชีวิตต่อได้
หากหญิงสาวคนนี้ฟื้นขึ้นมาแล้วพบว่าเขาไม่ใช่ชายที่เธอรัก จากนั้นคิดสั้นอีกครั้ง เขาก็จะกลายเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด
ไม่ได้ ไม่ได้ เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด เขาต้องหาทางแก้ไข
จริงสิ! ฮั่วจิ้งเป่ยตบหน้าผากตัวเอง ในเมื่อเธอถูกผู้ชายทิ้ง ถ้าอย่างนั้นเขาก็แต่งงานกับเธอเสียเลย
เขายังไม่แต่งงาน เธอก็ยังไม่แต่ง แถมเขายังทำลายความบริสุทธิ์ของเธอไปแล้ว แต่งเธอกลับไปด้วยก็สมเหตุสมผลดี
เพิ่งคิดได้เช่นนั้น ฮั่วจิ้งเป่ยก็ได้ยินเสียงคนตะโกนดังมาจากที่ไกล ๆ
“ผู้บังคับกองพันฮั่ว! ผู้บังคับกองพันฮั่ว!”
ฮั่วจิ้งเป่ยชะงัก ฟังดูคล้ายเสียงของหวังเว่ยตง
จากที่อื่นก็มีเสียงตะโกนเรียกดังมาไม่ขาด ฟังแล้วเหมือนกำลังเรียกเขาอยู่ทั้งนั้น
หวังเว่ยตงออกมาปฏิบัติภารกิจกับเขา โดยมีหน้าที่หลักคอยช่วยเหลือฮั่วจิ้งเป่ย
วันนี้หวังเว่ยตงขับรถมาส่งฮั่วจิ้งเป่ยที่หมู่บ้านหงหลิ่ว ก่อนจะขับออกไป
หมู่บ้านหงหลิ่วเป็นบ้านเกิดของสหายร่วมรบผู้พลีชีพของฮั่วจิ้งเป่ย
ตอนที่สหายร่วมรบเสียชีวิต ฮั่วจิ้งเป่ยรับปากว่าจะช่วยดูแลภรรยาและลูกของเขา คราวนี้ภารกิจผ่านอำเภอชิงซานพอดี เขาจึงตัดสินใจแวะมาเยี่ยมพวกเขา
หวังเว่ยตงกับฮั่วจิ้งเป่ยนัดกันไว้แล้วว่าเขาจะมารับตอนหนึ่งทุ่ม
แต่พอหวังเว่ยตงมาถึงตอนหนึ่งทุ่ม หยางเหมย ภรรยาม่ายของสหายร่วมรบผู้พลีชีพ กลับบอกว่าฮั่วจิ้งเป่ยออกไปแล้ว
หวังเว่ยตงรู้สึกแปลกใจ พวกเขานัดกันไว้แล้วไม่ใช่หรือ เขาขับรถมารับ แล้วฮั่วจิ้งเป่ยจะออกไปเองได้อย่างไร
ระหว่างที่กำลังสงสัย หวังเว่ยตงก็สังเกตเห็นสีหน้าของหยางเหมยดูไม่เป็นธรรมชาติ อีกทั้งสายตายังหลบเลี่ยงอย่างจงใจ
เขาจึงรู้ทันทีว่าเรื่องคงไม่ได้ง่ายอย่างที่หยางเหมยพูด
ฮั่วจิ้งเป่ยเป็นใครกัน ในกองทัพเขาคือผู้บังคับกองพันฮั่วผู้มีชื่อเสียง ขึ้นชื่อเรื่องความเคร่งครัด!
เขาไม่มีทางผิดนัดจนปล่อยให้หวังเว่ยตงเสียเที่ยวแน่นอน
อีกอย่าง ตามระเบียบแล้วคืนนี้พวกเขาต้องเดินทางไปยังจุดหมายถัดไป หากเสียเวลาจนทำภารกิจไม่สำเร็จ ก็ต้องถูกลงโทษ
คำสั่งทหารหนักแน่นดั่งขุนเขา ฮั่วจิ้งเป่ยในฐานะผู้บังคับกองพันย่อมเข้าใจเรื่องนี้ดีกว่าใคร
คิดได้ดังนั้น หวังเว่ยตงจึงซักถามเพิ่มอีกสองสามคำ
บางทีเพราะเขาทำหน้าขรึม น้ำเสียงจึงฟังดูดุดันอยู่บ้าง
หยางเหมยถึงได้ตระหนักว่าเรื่องนี้ชักจะยุ่งยากแล้ว เธอพลันหวาดกลัวขึ้นมา
ฮั่วจิ้งเป่ยถูกเธอวางยาตอนออกจากบ้านของพวกเขา
ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อให้ฮั่วจิ้งเป่ยยอมทำตามอย่างว่าง่าย เธอใส่ยาให้เขาถึงสองเท่าของปริมาณที่ใช้กับหมูตัวผู้
เมื่อฤทธิ์ยาแสดงออกมา หากไม่ได้รับการบรรเทาอย่างเหมาะสม อาจถึงขั้นเกิดเรื่องถึงชีวิตก็ได้
พอคิดถึงตรงนี้ หยางเหมยก็ยิ่งหวาดกลัว
แม้จะไม่ได้ฮั่วจิ้งเป่ย เธอก็ไม่อยากให้เขาเป็นอะไรไป
ถึงอย่างไรเขาก็เป็นแหล่งรายได้ระยะยาวของเธอกับลูกชาย หากฮั่วจิ้งเป่ยเกิดเรื่องขึ้น ชีวิตของแม่ลูกคู่นี้ต่อไปคงลำบาก
แต่เธอก็ไม่กล้าพูดความจริง จึงบอกเพียงว่าฮั่วจิ้งเป่ยดื่มเหล้าจนเมา พวกเธอเผลอคลาดสายตาไปแวบเดียว เขาก็แอบออกไปเอง
คราวนี้หวังเว่ยตงยิ่งร้อนใจ
เมาแล้วยังเดินไปคนเดียว หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาจะทำอย่างไร
เขาตะโกนสั่งให้หยางเหมยรีบเรียกคนออกไปตามหาฮั่วจิ้งเป่ยแยกกัน ส่วนตัวเองก็รีบขับรถค้นหาตามทางเข้าหมู่บ้าน
หวังเว่ยตงขับรถช้ามาก พลางขับพลางตะโกนเรียก
ตอนฮั่วจิ้งเป่ยได้ยินเสียง พวกเขาตามหาเขามาครึ่งค่อนวันแล้ว
ฮั่วจิ้งเป่ยรีบลุกขึ้นจากตัวซ่งหลี เขานึกออกแล้ว คืนนี้เขานัดกับหวังเว่ยตงไว้ว่าอีกฝ่ายจะมารับตอนหนึ่งทุ่ม
แต่ผลสุดท้าย...เขากลับลืมทุกอย่างไปหมด
ไม่ได้ เขาต้องรีบออกไปให้คนเห็น ไม่อย่างนั้นคงรับมือกับเรื่องนี้ยาก
ฮั่วจิ้งเป่ยรีบสวมเสื้อผ้า
ขณะเดียวกัน เขาก็ไม่ลืมซ่งหลีที่ยังนอนอยู่บนพื้นและสติยังไม่ฟื้นคืนเต็มที่
ฮั่วจิ้งเป่ยช่วยซ่งหลีสวมเสื้อผ้าอย่างคล่องแคล่ว ทั้งยังใส่ใจจัดผมให้เธอด้วย
เธอยังเป็นหญิงสาวที่ไม่ได้แต่งงาน หากมีใครมาเห็นเข้าทุกอย่างก็จบสิ้น
เขาจึงต้องจัดการให้เรียบร้อย ห้ามให้ใครรู้ว่าเธอเสียความบริสุทธิ์แล้ว
หลังจัดการทุกอย่างเสร็จ ซ่งหลีก็ยังไม่ได้สติเต็มที่
ฮั่วจิ้งเป่ยรีบหยิบกระดาษกับปากกาออกมา เขียนชื่อและช่องทางติดต่อของตัวเองลงไป ก่อนจะยัดใส่กระเป๋าเสื้อของซ่งหลี
เสียงตะโกนของหวังเว่ยตงใกล้เข้ามาทุกที
เขาต้องไปแล้วจริง ๆ
ไม่ใช่เพราะเหตุผลอื่น แค่เพื่อหญิงสาวคนนี้ ฮั่วจิ้งเป่ยก็รู้ว่าตัวเองต้องรีบจากไป
ไม่อย่างนั้น หากชายหญิงคู่หนึ่งถูกคนมาพบที่ริมแม่น้ำกลางดึก ต่อให้ไม่ได้เกิดอะไรขึ้น คนอื่นก็ไม่มีทางเชื่อ นับประสาอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว
แต่จะทิ้งเธอไว้ที่นี่คนเดียว ฮั่วจิ้งเป่ยก็กลัวว่าพอเธอฟื้นขึ้นมาแล้วจะคิดสั้นอีก
ยิ่งไปกว่านั้น จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร เอาแต่เข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นผู้ชายที่ทอดทิ้งเธอ
ตอนนี้เขาต้องทำให้เธอรู้ว่าเขาเป็นใคร
เธอจะได้ไปหาเขา
คิดได้ดังนั้น ฮั่วจิ้งเป่ยก็รีบตบหลังมือซ่งหลีเบา ๆ
“เอ่อ...คุณ ตื่นก่อน ผมมีเรื่องจะพูดด้วย”
ตอนนี้ซ่งหลีกำลังเคลิบเคลิ้มจมอยู่ในห้วงฝัน
เธอฝันว่าจ้าวชุนเซิงแต่งงานกับเธอ ทั้งคู่เข้าหอในคืนวิวาห์ จ้าวชุนเซิงดึงเธอขึ้นเตียง...
เธอนอนอยู่ตรงนั้น มองชายที่รักมาหลายปีตรงหน้าด้วยหัวใจเปี่ยมสุข ราวกับมีน้ำผึ้งเติมเต็มอยู่ในใจ ในที่สุดเธอก็สมหวังเสียที...
“นี่ ตื่นก่อน รีบตื่นเร็ว...”
เห็นซ่งหลีไม่ยอมตื่น ฮั่วจิ้งเป่ยจึงต้องเพิ่มแรงมือตบอีกสองสามครั้ง
ภายใต้เสียงเรียกและแรงตบของเขา ในที่สุดซ่งหลีก็ลืมตาขึ้น
“พี่ชุน...พี่ชุนเซิง”
ชั่วขณะหนึ่งซ่งหลีแยกไม่ออกว่ากำลังฝันหรืออยู่ในความจริง เธอมองร่างสูงใหญ่ตรงหน้าด้วยความงุนงง
“เอ่อ...คุณ ฟังผมก่อน ผมไม่ใช่พี่ชุนเซิงของคุณ ผม...ผมเป็นทหาร คุณ...คุณจำคนผิดเมื่อครู่นี้...”
