ในเวลาแบบนี้
คนที่เปิดบริษัทจัดหางานในจินเจียงได้ ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกนักเลงหัวไม้ ไม่มียุคไหนง่าย ๆ หรอก
หัวหน้านายหน้าเห็นฉันอารมณ์ขึ้น ก็ขำ พลางคิดจะเชือดไก่ให้ลิงดู ให้พวกหางานในร้านได้เห็นกันว่า มาถึงที่ของเขา มังกรต้องขด เสือต้องหมอบ
ต่อให้เขาจะคืนบัตรประชาชนให้ฉันได้
แต่ก็ไม่ยอมให้
“ยังกล้ามาเรื่องมากใส่กูอีกนะ”
หัวหน้านายหน้ามองฉันอย่างเยาะเย้ย แล้วพูดไม่เกรงใจเลยว่า “กูไม่ให้ มึงทำอะไรได้?”
ฉันยังอดทนเฮือกสุดท้าย จ้องหัวหน้านายหน้าเขม็ง “ตกลงนายจะคืนบัตรประชาชนฉันไหม?”
“บอกแล้วว่าไม่คืน หูหนวกเหรอ? มีโมโหก็ระเบิดให้กูดูหน่อยสิ”
หัวหน้านายหน้าผลักฉันทีหนึ่ง พลางสบถไม่หยุด “ไอ้เหี้ย มึงยังกล้ามาทำเป็นเก่งต่อหน้ากูอีกนะ กูจะดูว่ามึงทำอะไรได้”
วินาทีนั้น
เลือดขึ้นหน้าฉันทันที
ฉันไม่ได้โง่
บัตรประชาชนเป็นเอกสารสำคัญในการหางานนอกบ้าน
ถ้าไม่มี ฉันก็ไปไหนไม่ได้ และยากจะมาถึงเมืองใหญ่ได้ แล้วยังต้องนั่งรถทัวร์กลับบ้านนอกไปทำบัตรใหม่แบบหางจุกอีก
ตอนนั้นเอง
เด็กสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกับฉันลังเลก่อนจะเข้ามาดึงฉันไว้ กระซิบบอกว่า “อย่าใจร้อนสิ แค่สองร้อยเอง ถ้านายไม่มี ฉันให้ยืมก่อนก็ได้ พอหางานได้ค่อยคืน อย่าไปมีเรื่องกับเขาเลย เดี๋ยวเสียเปรียบ”
เธอชื่อหลี่เยี่ยน
มาสัมภาษณ์งานรอบเดียวกับฉันเมื่อเช้า เธอสมัครตำแหน่งตรวจสอบคุณภาพ คุยกับฉันไม่กี่คำ เธอรู้ว่าพวกเปิดนายหน้าพวกนี้มันนักเลง คนธรรมดาไปมีเรื่องด้วยไม่มีทางได้ดี
เดิมทีหัวหน้านายหน้าเห็นฉันชูกำปั้นขึ้นมาก็ใจหายแวบ แต่พอเห็นฉันถูกรั้งไว้เลยจ้องฉันพลางหัวเราะเยาะ สายตาเต็มไปด้วยความดูถูก “ไม่กล้าก็อย่ามาทำเก๊กใส่กู”
พูดพลางเอา บัตรประชาชนของฉันมาแกว่งตรงหน้า “แต่แรกมึงยอมให้เงินสองร้อยแต่โดยดี กูก็จะคืนให้ มึงก็ไม่ยอม ตอนนี้ต่อให้มึงให้เงิน กูก็ไม่ให้ มี本事ก็มาหยิบเองดิ”
“ฉันไม่ใช้เงินเธอ”
ฉันไม่เคยคิดจะยืมเงินหลี่เยี่ยนเลย
พอเห็นหัวหน้านายหน้าเอา บัตรประชาชนฉันมาแกว่งเยาะเย้ย ไม่ยอมคืนสักที ทั้งตัวฉันสั่นด้วยความโกรธ สะบัดหลี่เยี่ยนออก แล้วปล่อยหมัดใส่หัวหน้านายหน้าเต็มแรง
หัวหน้านายหน้าก็ไม่คิดว่าฉันกล้าลงมือจริง
เลยพลาดท่า โดนฉันต่อยล้มลงกับพื้น มุมปากเลือดซิบ
ฉันหายใจหอบพลางคำรามใส่เขา “คืนบัตรประชาชนมาดี ๆ เดี๋ยวนี้!”
“ไอ้สัส”
ตอนนั้นหัวหน้านายหน้าจะฟังอะไรลงอีก ต่อยต่อหน้าคนเยอะแยะ หน้าแหก หน้าแดงก่ำ ลุกขึ้นมาด้วยสีหน้าบิดเบี้ยวแล้วพุ่งเข้าใส่ฉัน
ในร้านไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว
ยังมีหนุ่มวัยยี่สิบต้น ๆ สองคน เสื้อดำ กางเกงยีนส์ ตอนสัมภาษณ์งาน หัวหน้านายหน้ารอคนมาหางานอยู่ในร้าน สองคนนี้ขับรถพาเรามาสัมภาษณ์
เมื่อกี้พวกมันยืนดูขำ ๆ อยู่ข้าง ๆ
ตอนนี้เห็นฉันลงไม้ลงมือกับหัวหน้านายหน้า ทั้งสองก็สบถแล้วโจนเข้าเตะต่อยฉัน
ฉันคนเดียวสู้พวกมันสามคนไม่ได้
ไม่นานฉันก็ถูกพวกมันกดลงพื้นเตะต่อย ปวดระบมไปทั้งร่าง แต่ฉันไม่สนใจ ลุกขึ้นจะเอาบัตรประชาชนจากหัวหน้านายหน้าให้ได้
ก่อนหางานฉันไม่รู้เรื่อง
พอไปสัมภาษณ์ในโรงงานรอบนึง ถึงได้เข้าใจ
งานที่หัวหน้านายหน้าจัดให้คือคนคุมเครื่องปั๊มขึ้นรูป ไม่มีทักษะอะไรเลย พูดง่าย ๆ ว่าขอให้มีแขนขาครบ โรงงานก็รับหมด
แต่แรก ถ้าฉันไม่ไปทำงาน
ฉันก็ไม่ต้องจ่ายค่านายหน้าเลยด้วยซ้ำ
และไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากจ่าย แต่ฉันไม่มีเงินจริง ๆ แม้แม่จะให้เงิน 200 ให้ออกมา แต่นั่นเป็นเงินที่เหลือจากค่ารักษาพยาบาลของแม่
ฉันจะยอมเอาเงินที่แม่ให้มาไปให้มันง่าย ๆ ได้ไง!
แต่หัวหน้านายหน้าก็เลือดขึ้นเหมือนกัน อาศัยมีคนช่วย เตะฉันล้มแล้วชี้นิ้วสบถ “ไอ้เหี้ย บัตรประชาชนนี่มึงอย่าหวังจะได้คืน กูพูดเลย มึงจะไปหาใครก็ได้ ต่อให้แจ้งความก็เรื่องเดียวกัน ตาบอดหรือไง!”
ถึงตอนเด็กฉันจะดื้อ
แต่ฉันไม่ได้โง่
ดูท่าว่าฉันคนเดียวไม่มีทางแย่งบัตรประชาชนคืนจากพวกมันสามคนได้ เลยเดินออกไปเงียบ ๆ มาที่ร้านขายของเบ็ดเตล็ดที่ซื้อเสื่อเมื่อวาน
มีดทำครัวเล่มละ 15 หยวน
ฉันจ่ายเงินซื้อ
ในกระเป๋าเหลือเงิน 47 หยวน!
แล้วฉันก็ถือมีดเดินกลับไปยังร้านนายหน้าเงียบ ๆ
ในร้านนายหน้า
กลุ่มคนที่มาสัมภาษณ์งานยังซุบซิบเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ หัวหน้านายหน้าเห็นฉันเดินออกไปคิดว่าฉันยอมแพ้แล้วเลยหัวเราะเยาะ เช็ดคราบเลือดที่มุมปาก แล้วหันไปคุยกับสมุนสองคนเพื่อเรียกความมั่นใจ
“ไอ้เด็กเวรนั่นมาโวยวายต่อหน้ากู ยังจะหยิบบัตรประชาชนไปง่าย ๆ ถ้ากูให้มันไป หลี่หย่งก็ไม่ต้องมาคลุกในย่านนี้แล้ว!”
“ฮ่า ๆ ข้าอยากให้มีพวกไม่ดูตาม้าตาเรือมาแหยมเพิ่มอีก จะได้ซัดให้หนำใจ”
สมุนสองคนคาบบุหรี่ พูดจายุ่งไปหมด
ทันใดนั้น
พวกมันก็ได้ยินเสียงดังมาจากข้างนอก หันไปมองก็เห็นฉันทั้งตัวมีบาดแผล ถือมีด เดินเงียบ ๆ เข้ามาจากข้างนอก ทุกคนที่ผ่านทางพากันหลีกทางด้วยความหวาดกลัว
เห็นภาพนั้น
ทั้งสามคนหัวเราะไม่ออกทันที ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
หลี่หย่งหัวหน้านายหน้าก็ใจเต้นแรง แต่เขาก็พอมีชื่อในถนนคนเดินหยางซานอยู่บ้าง จะให้ยอมง่าย ๆ ก็เสียหน้า แถมยังคิดว่าฉันไม่กล้าเอาลงจริงหรอก แค่ถือมีดมาขู่
“เหอะ ถึงกับถือมีดมาด้วย จะขู่ใครวะ ถ้าแน่จริงก็...”
หลี่หย่งเลยทำปากเก่ง หัวเราะเย้ย แล้วสบถใส่ฉัน
แต่ยังพูดไม่ทันจบ
ฉันก็ชูมีดฟันใส่
หัวหน้านายหน้าชะงักขนหัวลุก ไม่สนใจเรื่องขี้หน้ายอมแล้ว หลบไปด้านข้างทันที
เปรี้ยง!
มีดฟาดลงบนโต๊ะทำงานข้างหลังเขา เกิดรอยมีดลึกบนหน้าโต๊ะ
หัวหน้านายหน้าถึงกับหัวใจเต้นรัว เหงื่อแตกพลั่ก ไม่คิดว่าฉันจะเอาลงกับ 200 หยวนจริง ๆ ทั้งโมโหอยากด่าฉันว่าแค่ 200 เอง ถึงขนาดนี้เลยเหรอ
แต่พอเห็นฉันถือมีดวิ่งตามมา คำด่าก็ไม่หลุดจากปาก ไม่สนใจเรื่องขายหน้าแล้วหันหลังวิ่งออกนอกร้าน
ถนนคนเดินคนพลุกพล่าน
แป๊บเดียวเขาก็หายไป ไม่หันกลับมามองสักแวบ
ฉันหาตัวไม่เจอ โมโหจนถือมีดกลับเข้าไปในร้านนายหน้าอีกครั้ง คนที่มุงดูในร้านเมื่อกี้กลัวโดนลูกหลงเลยวิ่งออกมานอกร้านหมด
เด็กหนุ่มสองคนที่เพิ่งเตะต่อยฉันเมื่อกี้ หนีไม่ทัน เห็นฉันกลับมาก็แข็งค้างด้วยความกลัวทันที
“บัตรประชาชนฉันล่ะ?”
ฉันกำมีดแน่น ตวาดถามทั้งเลือดขึ้นหน้า
ไอ้หนุ่มที่เมื่อกี้ยังอยากให้มีคนมาแหยมให้มันต่อย ตอนนี้ทำหน้าอวดดีไม่ออกแล้ว ชี้มือไปข้างนอก น้ำเสียงสั่นเครือว่า “บัตรประชาชนนายอยู่ที่พี่หย่ง...”