ห้องเช่าที่ซูม่านพักอยู่เป็นอาคารเก่าในย่านที่พักอาศัย อยู่ชั้นสองและไม่มีลิฟต์
เธอแทบจะใช้ทั้งมือทั้งเท้าลากผู้ชายคนนี้ขึ้นบันได ระหว่างทางพักไปสามครั้ง ทุกครั้งก็สาปแช่งบรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตรของเขาในใจ
สุดท้ายเธอก็โยนเขาลงกับพื้นได้สำเร็จ ส่วนตัวเองทิ้งตัวแผ่ลงบนโซฟาเอนกประสงค์ข้าง ๆ หอบหายใจอย่างเหนื่อยล้า
ห้องเช่าที่เธอเช่าอยู่มีขนาดเล็กมาก การตกแต่งก็เรียบง่าย มีเพียงเตียงเล็กกว้าง 1.5 เมตร ตู้เสื้อผ้า โซฟาเอนกประสงค์กับโต๊ะเขียนหนังสือแบบง่าย ๆ ข้าวของชิ้นเล็กชิ้นน้อยวางแน่นขนัด ทุกมุมล้วนแสดงให้เห็นถึงความขัดสน
พักจนหายเหนื่อยแล้ว เธอถึงลุกขึ้นมาพิจารณาผู้ชายที่เก็บกลับมา
ภายใต้แสงไฟสว่างชัดในห้องเช่า ใบหน้านี้หล่อเหลาจนชวนตะลึง เครื่องหน้าคมเข้มเย็นชา ต่อให้หมดสติอยู่ก็ยังแผ่รัศมีห้ามคนแปลกหน้าเข้าใกล้
ผิวขาวซีด ขนตาหนาและงอนเป็นแพ ใบหน้าคมสันจนเอาไปเป็นแบบศัลยกรรมได้ ริมฝีปากซีดเพราะเสียเลือดอยู่บ้าง แต่รูปปากสวยมาก ริมฝีปากล่างอวบอิ่ม ดูน่าจูบเหลือเกิน...
จุ๊ ๆ หน้าตาแบบนี้ หุ่นแบบนี้
เก็บของดีได้แล้วสิ
ซูม่านหยิกตัวเองทีหนึ่ง
“ซูม่าน เธอช่วยมีศักดิ์ศรีหน่อยได้ไหม!”
เธอบ่นพึมพำพลางหยิบกล่องยาออกมา เริ่มทำแผลถลอกบนใบหน้าของเขา
ระหว่างนั้นผู้ชายคนนั้นไม่ฟื้นขึ้นมาเลย แต่ลมหายใจกลับสม่ำเสมอดี
ตอนซูม่านใช้สำลีก้านชุบโพวิโดนไอโอดีนทำความสะอาดแผลตรงขมับ เขาก็ส่งเสียง “ซี๊ด” เบา ๆ ขึ้นมาอย่างกะทันหัน คิ้วขมวดแน่นกว่าเดิมเล็กน้อย คล้ายร่างกายตอบสนองต่อความเจ็บปวดไปตามสัญชาตญาณ
แต่ดวงตายังคงปิดสนิท
ซูม่านขยับเข้าไปใกล้ แล้วพบว่าในเส้นผมของเขายังซ่อนบาดแผลที่ลึกกว่าไว้อีกแห่ง เส้นผมปิดบังเอาไว้ หากไม่เพ่งดูดี ๆ ก็ไม่มีทางเห็น
“นี่คงไม่ใช่แผลที่ฉันชนเข้าใช่ไหม?”
หัวใจเธอกระตุกวูบด้วยความรู้สึกผิด จึงใช้นิ้วแหวกผมเขาออกอย่างระมัดระวังเพื่อตรวจดู
แผลไม่ยาวนักแต่ลึก ขอบแผลเรียบเหมือนถูกของทื่อกระแทก
รถเก่าของเธอไม่น่าจะทำให้เกิดแผลแบบนี้ได้
ซูม่านถอนหายใจโล่งอก แล้วก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
เธอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แล้วพิจารณาผู้ชายคนนี้อีกครั้ง
