ร่างนักกระบี่ของฟู่เหิงจืออุ้มซูม่านไปยังหน้าศิลาสามภพ ให้เธอนั่งพิงศิลาจารึก ก่อนจะคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้า ใช้สองมือโอบเอวเธอแล้วดึงเข้ามานั่งบนตัก
ท่วงท่าสุดท้ายเต็มไปด้วยความหวงแหน เธอนั่งอยู่บนตักของเขา มือทั้งสองถูกเส้นใยวิญญาณมัดไพล่หลัง ทำได้เพียงพิงอกเขาอย่างไร้ทางช่วย
ชุดแดงเปิดอ้าออกจนหมด ส่วนชุดขาวก็หลุดลุ่ยลงไปครึ่งหนึ่ง มีเพียงแสงระยิบระยับจุดเล็ก ๆ ที่บดบังตำแหน่งสำคัญที่สุดไว้
【เริ่มผสานขั้นสุดท้าย】
ดอกไม้แห่งฝั่งโน้นผลิบานอย่างบ้าคลั่ง กลีบดอกปลิวว่อนราวกับฝนโลหิต ชื่อบนศิลาสามภพส่องสว่างเจิดจ้าขึ้นเรื่อย ๆ ลำแสงสีทองอมชมพูสาดคลุมทั้งสองคนจนมิด
ตัวละครของซูม่านสั่นระริก ซุกหน้าลงตรงซอกคอเขา ส่งเสียงครางแผ่วเบาอย่างยากจะกลั้น
“ท่านเซียนผู้สูงส่ง ด่านสุดท้ายแล้วค่ะ”
“...อืม”
ฟู่เหิงจือตอบเพียงคำเดียว ก่อนกดท่าปฏิสัมพันธ์ในเกมท่าหนึ่ง แล้วโอบเธอแน่นกว่าเดิม
【ขอให้ผู้บำเพ็ญทั้งสองกล่าวคำสัตย์แห่งการบำเพ็ญคู่พร้อมกัน หากเสียงตรงกันตั้งแต่ 90% ขึ้นไปจะผ่านด่าน】
ข้อความคำสัตย์ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
ซูม่านมองตัวอักษรแถวนั้น สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วกดปุ่มบันทึกเสียง น้ำเสียงของเธอไม่หวานเลี่ยนยั่วยวนเหมือนก่อนหน้าอีกต่อไป หากแต่แฝงความจริงจังอยู่เล็กน้อย
“ข้าใช้ญาณเป็นสื่อนำ...ร่วมบำเพ็ญกับท่าน”
เสียงของฟู่เหิงจือเริ่มกล่าวประโยคที่สองตามมา แหบพร่าเย็นใส ทว่ามีไฟปรารถนาที่ถูกข่มกลั้นไว้อย่างชัดเจน
“แนบชิดกายา ลมหายใจผสานเป็นหนึ่ง”
