ฟู่เหิงจือกดเสียงต่ำลง ริมฝีปากแทบจะแนบใบหูเธอขณะเอ่ยว่า “เปลี่ยนไปร้านอื่นเถอะ คนเยอะเกินไป”
ซูม่านกะพริบตาปริบ ๆ ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ข้อมือก็ถูกเขาคว้าไว้แล้ว
ฝ่ามือของเขาแห้งและอุ่น ปลายนิ้วมีรอยด้านบาง ๆ จากการจับปากกาเป็นเวลานาน เกาะกุมข้อมือขาวเนียนของเธอไว้ แม้ไม่ได้ออกแรงมาก แต่ก็ไม่เปิดโอกาสให้สะบัดหลุด
เขาหันกลับไปพยักหน้าให้บรรดาศาสตราจารย์ “อาจารย์ครับ พวกเราขอตัวก่อนนะครับ”
ศาสตราจารย์อาวุโสยังไม่ทันได้พูดอะไร คนก็ไปเสียแล้ว
--
ประตูห้องส่วนตัวค่อย ๆ ปิดลงด้านหลัง
ฟู่เหิงจือจูงมือซูม่านเดินไปข้างหน้า
แสงไฟสีเหลืองนวลในทางเดินสาดลงมา ทอดเงาของทั้งคู่ให้ยาวเหยียด
ซูม่านเดินตามหลังเขา กระโปรงยาวสีดำพลิ้วไหวเบา ๆ ไปตามจังหวะก้าว
เธอเงยหน้าขึ้น
เสี้ยวหน้าของชายหนุ่มยังคงเย็นชา คางเกร็งแน่น ริมฝีปากบางเม้มเป็นเส้นตรง ทว่าลูกกระเดือกกลับขยับขึ้นลงช้า ๆ ราวกับกำลังข่มกลั้นอารมณ์บางอย่างไว้อย่างสุดกำลัง
ตั้งแต่ออกมา เขายังไม่ได้พูดอะไรที่ไม่จำเป็นสักคำ
เอาแต่จับมือเธอไว้
ราวกับกลัวว่าพอปล่อยมือแล้วเธอจะหายไป
ซูม่านอดยิ้มไม่ได้
เธอแกว่งมือที่ประสานกันเบา ๆ แล้วเรียกเขาเสียงแผ่ว
“พี่คะ”
ฝีเท้าของฟู่เหิงจือชะงักไปเล็กน้อย
มือใหญ่ที่เดิมจับข้อมือเธอไว้ค่อย ๆ เลื่อนลง ปลายนิ้วปัดผ่านกระดูกข้อมือขาวเนียน ก่อนจะกอบกุมฝ่ามือเธอไว้อย่างเป็นธรรมชาติ
