สิ้นเสียงพูด สายตาของทุกคนในห้องส่วนตัวก็พากันจับจ้องไปยังฟู่เหิงจือ
ศาสตราจารย์อาวุโสขยับกรอบแว่นบนสันจมูก เขาสอนฟู่เหิงจือมาสี่ปี ย่อมรู้จักนักศึกษาคนนี้ดีที่สุด
ในคณะมีสาว ๆ คนไหนบ้างที่ไม่เคยแอบส่งจดหมายรักให้เขา บางคนใจกล้าถึงขั้นดอดไปห้องทดลองกลางดึกเพื่อเข้าหาเขาถึงที่
แต่ฟู่เหิงจือล่ะ? เขาไม่เคยสนใจใครสักคน
ศาสตราจารย์อาวุโสเคยคิดอยู่พักหนึ่งว่าเจ้าหนุ่มนี่ตั้งใจจะอยู่กับข้อมูลไปจนแก่หรืออย่างไร
แต่วันนี้
เขากลับได้เห็นกับตาว่านักศึกษาที่เขาภาคภูมิใจที่สุดและไม่เคยชายตามองผู้หญิงคนไหน กำลังเสียอาการเพราะผู้หญิงคนหนึ่ง
ฟู่เหิงจือก้มมองซูม่านที่อยู่ในอ้อมแขน หญิงสาวยังซุกอยู่ในวงแขนของเขา เงยหน้าขึ้นมาขยิบตาให้ ทั้งน่ารัก น่าเอ็นดู และดูหวานละมุนเสียจนละสายตาไม่ได้
แววตาของฟู่เหิงจืออ่อนโยนลงอย่างไม่รู้ตัว
แรงกดดันเย็นเยียบที่แผ่ออกมาตอนเผชิญหน้ากับหลิวหาวเมื่อครู่ ราวกับสลายหายไปในพริบตา
เขายกมือดึงซูม่านเข้ามาใกล้ตัวเบา ๆ ท่าทางเป็นธรรมชาติ แสดงออกชัดเจนว่าเขากำลังปกป้องเธอ
จากนั้นจึงเงยหน้ามองทุกคนในห้องส่วนตัว น้ำเสียงสงบนิ่งและชัดถ้อยชัดคำ
“ขอแนะนำให้รู้จัก นี่แฟนผม”
ห้องส่วนตัวเงียบงันไปชั่วขณะ ก่อนจะระเบิดเสียงฮือฮาราวกับฟ้าผ่า
“อะไรนะ?”
จ้าวหยวนหยวนผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ น้ำมะนาวในมือกระฉอกออกมาเกือบครึ่งแก้ว หกลงบนผ้าปูโต๊ะจนเกิดรอยเปียกเป็นวงกว้าง
เธอเบิกตากว้าง มองฟู่เหิงจือที มองซูม่านที ริมฝีปากขยับไปมาอยู่หลายครั้ง แต่กลับเรียบเรียงคำพูดให้เป็นประโยคไม่ได้
“ให้ตายเถอะ!”
ตะเกียบกระดูกของหลี่ลี่หล่นกระทบโต๊ะดังแกร๊ก เสียงใสกังวานบาดหู เธอยกมือปิดปากโดยไม่รู้ตัว ดวงตาเบิกกว้างแทบถลน
