ขนตาของซูม่านสั่นระริก น้ำตาไหลอาบแก้ม หยดลงบนหลังมือที่ลู่ฉงจับปลายคางเธอไว้ ความร้อนลวกจนปลายนิ้วของเขาหดเกร็งเล็กน้อย
เมื่อก่อนเขาชอบท่าทางแบบนี้ของเธอที่สุด
ทั้งอ่อนหวานทั้งอ่อนแอ ราวกับดอกกาฝากที่ถูกฝนซัดจนโอนเอนไปมา ทำได้เพียงพึ่งพาเขาเพื่อมีชีวิตรอด
แต่เธอกลับเลือกเกาะต้นไม้ที่มีสารอาหารมากกว่าอย่างไม่ลังเล ในช่วงเวลาสำคัญที่สุด
ลู่ฉงปล่อยคางเธอ ทว่าฝ่ามือกลับเลื่อนลงมาตามลำคอระหง
ฝ่ามือที่แนบลงมานั้นเต็มไปด้วยแรงปรารถนาครอบครองที่แทบจะดุดัน ราวกับอยากหลอมเธอทั้งร่างเข้าไปในกระดูกและเลือดเนื้อของเขา
ซูม่านตัวแข็งทื่อ สัญชาตญาณแรกคืออยากผลักเขาออก แต่กลับถูกเขาคว้าข้อมือไว้ แล้วบิดไพล่ไปด้านหลัง
“ลู่ฉง... อย่าทำตรงนี้...” เสียงเธอสั่นเครือเจือเสียงสะอื้น
มุมปากบางของลู่ฉงยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอำมหิต “ไม่ทำตรงนี้เหรอ? แล้วจะไปที่ไหน? เตียงแต่งงานของเธอกับพี่ชายฉันหรือไง?”
เขาก้มลง ใช้ฟันกัดติ่งหูเธอแล้วดูดขบอย่างแรง ก่อนเอ่ยเสียงแหบต่ำ “หรือกลัวว่าพี่ชายฉันจะออกมาเห็นภรรยาสุดที่รักโดนฉัน... จนร้องไห้?”
ใบหน้าของซูม่านซีดเผือดในพริบตา แล้วก็แดงระเรื่อขึ้นมาสองข้างอย่างผิดธรรมชาติ
เธอกัดริมฝีปากล่าง ทว่าร่างกายกลับอ่อนระทวยอย่างห้ามไม่อยู่ใต้ฝ่ามือร้อนผ่าวของชายหนุ่ม
เธอกลัวจนแทบตายจริง ๆ กลัวว่าตำแหน่งคุณนายใหญ่แห่งตระกูลลู่ที่อุตส่าห์ไขว่คว้ามาได้อย่างยากลำบาก จะถูกคนบ้าคลั่งที่จู่ ๆ ก็ย้อนกลับมาทำลายลงเสียแบบนี้
“ฉันหนาวมากจริง ๆ อย่าทำตรงนี้เลยนะ”
ลู่ฉงราวกับมองทะลุความคิดทุกอย่างของเธอ เขาก้มลงกัดไหล่ขาวผ่อง ฟันขบย้ำเบา ๆ ปลายลิ้นตวัดเลียคลอเคลีย ราวกับกำลังลิ้มรสผลไม้ที่หวานที่สุด
