จากนั้นเด็กสาวก็เหมือนจะยืนยันบางอย่างได้ในที่สุด เธอไม่สนสายตาของผู้คนที่เดินขวักไขว่รอบตัว รีบสาวเท้าพุ่งเข้ามา
มือทั้งสองสั่นเทาขณะยื่นไปหมายจะคว้าแขนของโจวฉงซาน แต่พอยื่นไปได้ครึ่งทางก็ชะงักลงอย่างกะทันหัน ราวกับกลัวว่าสิ่งที่เห็นตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตา
“มะ...ไม่ใช่”
ดวงตาเธอแดงก่ำ น้ำตาหยดโตไหลพรั่งพรู น้ำเสียงสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่แทบเก็บไว้ไม่อยู่
“คุณไม่ใช่คุณลุงลู่... คุณต้องเป็นพี่อาเซียวใช่ไหมคะ?”
“หน้าตาคุณเหมือนคุณลุงลู่มาก คุณ...ต้องเป็นเขาแน่ ๆ”
“พี่อาเซียว”
“ตอนพี่อายุเจ็ดขวบ พี่หายตัวไป คุณลุงกับคุณป้าตามหาพี่อยู่นานมาก... ฉันเองก็รอพี่มาตลอด”
“ในที่สุดฉันก็หาพี่เจอแล้ว”
เธอพูดจาสับสน ราวกับอารมณ์ที่กดกลั้นมานานพลันทะลักทลายออกมา
โจวฉงซานยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ก่อนจะถอยหลังครึ่งก้าวอย่างไร้พิรุธเพื่อรักษาระยะห่าง แววตามีเพียงความแปลกหน้าและการพินิจพิเคราะห์
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย “คุณเป็นใคร?”
เด็กสาวชะงักไป ก่อนจะร้องไห้หนักกว่าเดิม
“ฉันคือชิงฮวนนะคะ”
“เสิ่นชิงฮวน”
เธอพยักหน้าแรง ๆ ราวกับกำลังโน้มน้าวเขา และโน้มน้าวตัวเองไปพร้อมกัน
“พี่อาเซียว จำฉันไม่ได้แล้วเหรอคะ?”
“ไม่เป็นไรค่ะ... พี่แค่สูญเสียความทรงจำตอนเด็กไปใช่ไหม? พี่ต้องนึกออกแน่ ๆ”
พูดไปพูดมา เธอก็ยิ้มทั้งน้ำตาที่ไหลพรากยิ่งกว่าเดิม
ท่าทางที่อารมณ์ปั่นป่วนจนแทบกลายเป็นความดื้อรั้น ทำให้คนที่เดินผ่านไปมาอดเหลือบมองไม่ได้
ในตอนนั้นเอง ประตูห้องลองเสื้อผ้าก็เปิดออกดัง “กึก”
