ซูม่านเดินตามเขาไป ตรงข้อมือที่ถูกเขากุมไว้ร้อนผ่าว ความรู้สึกซ่านวาบแผ่ไปทั่วร่างตามเส้นเลือด
ทั้งคู่เดินไปยังมุมบันไดอันเงียบสงัด ปลอดสายตาของคณาจารย์และนักศึกษาทุกคน
แสงสลัวลงเล็กน้อย ช่วยกั้นสายตาสอดรู้จากภายนอก
ฟู่เหิงจือหยุดฝีเท้ากะทันหัน
เขาหันข้างกลับมา โน้มตัวลงเล็กน้อย ร่างสูงใหญ่กักเธอไว้ระหว่างราวบันไดกับตัวเขา กลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวแคบ ๆ
เงาทอดลงมาปกคลุมร่างเธอทั้งตัว
ระยะห่างระหว่างทั้งคู่พลันใกล้ชิดขึ้น
กลิ่นอายสะอาดสดชื่นของเขาโอบล้อมเธออย่างแนบแน่น เจือกลิ่นซีดาร์จาง ๆ เป็นกลิ่นเฉพาะตัวของเขา
ซูม่านจำต้องเงยหน้ามองเขา ลมหายใจสะดุดไปชั่วครู่
คนที่เมื่อครู่ยังวางตัวอ่อนโยนต่อหน้าผู้คน บัดนี้ความอ่อนโยนในดวงตาเลือนหาย เหลือเพียงความปรารถนาลึกซึ้งที่พลุ่งพล่าน จ้องตรึงใบหน้าของเธอไว้
การสบตาใกล้ชิดชวนให้รู้สึกกดดัน ทั้งยังคลุมเครือชวนใจสั่นอย่างยิ่ง
“เมื่อเช้ายังจูบไม่พอ”
เสียงของฟู่เหิงจือแผ่วต่ำ แนบข้างใบหูเธอ แหบพร่าอ่อนหวานและเจือความปรารถนาที่ข่มกลั้นไว้
ลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านติ่งหูแดงระเรื่อ ทำให้เธอสั่นไหวเบา ๆ
ปลายนิ้วซูม่านเผลอกำชายเสื้อโค้ตของเขา ใบหูแดงก่ำ เธอเงยหน้ามองเขาอย่างขัดเขิน “คะ...คุณอยู่ที่โรงเรียนนะ...”
คนเยอะ แถมอาจมีใครเดินผ่านมาได้ทุกเมื่อ
ทั้งเสี่ยงเกินไป ทั้งติดเธอเกินไป
ฟู่เหิงจือหลุบตาลง สายตาหยุดอยู่ที่หางตาแดงระเรื่อกับริมฝีปากนุ่มที่เม้มเข้าหากัน เขามองสำรวจทีละน้อย ดวงตาเปี่ยมความปรารถนาจนแทบปิดไม่มิด
“แต่พี่ห้ามใจไม่ไหวแล้ว”
ปลายนิ้วของเขาเลื่อนจากข้อมือเธอขึ้นมาอย่างช้า ๆ ก่อนจะประคองท้ายทอยไว้ นิ้วมือร้อนผ่าวลูบไล้ผิวนุ่มละเอียดบริเวณต้นคอเบา ๆ ท่วงท่านั้นอ่อนโยนแต่แฝงความเอาแต่ใจที่ควบคุมทุกอย่างไว้
