เสียงของแม่บ้านดังขึ้นจากด้านข้าง ทำให้ซูหร่วนสะดุ้งโหยง
เธอรีบเก็บของในมือทันที ก่อนฝืนยิ้มเจื่อน ๆ ออกมา
“ขอโทษนะคะพี่ น้ำแกงหอมมาก ฉัน…”
คำแก้ตัวยังไม่ทันหลุดจากปาก แม่บ้านก็ไวมือไวตาคว้าถุงที่ถูกฉีกมุมหนึ่งออกมาจากกระเป๋าของเธอได้เสียก่อน
แม่บ้านก้มมองถุงด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนหันหลังสาวเท้าเร็ว ๆ ไปยังห้องรับแขก
หัวใจของซูหร่วนกระตุกวูบ เธอรู้แล้วว่าตัวเองจบเห่แน่
ระหว่างเดินไปยังห้องรับแขก เธอยังคงแอบหวังอย่างสิ้นหวังว่ายานี้เป็นของที่คนคนนั้นมอบให้ โดยบอกว่าเป็นยาพิษที่กองทหารรับจ้างต่างประเทศคิดค้นขึ้นใหม่ แพทย์ทั่วไปตรวจไม่พบเด็ดขาด
ภายในห้องรับแขก สมาชิกในครอบครัวยังคงนั่งคุยกันอยู่ด้วยกัน พอเห็นแม่บ้านเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและเร่งร้อน ทุกคนก็เผยสีหน้าฉงน
เวินม่านเยวี่ยเลิกคิ้ว มองซูหร่วนที่ตามหลังมา ก่อนหัวเราะเยาะในใจ ดูท่าจะอดใจไม่ไหว ลงมือในช่วงเวลาที่อันตรายเช่นนี้จนได้
แม่บ้านยังจำคำพูดของเวินม่านเยวี่ยได้ จึงยื่นของในมือให้เธอก่อน
“คุณนาย ตอนที่คุณหนูซูหร่วนให้ฉันไปเทน้ำให้ เธอพยายามจะเทของนี่ลงไปในหม้อน้ำแกงค่ะ”
แม่บ้านคิดว่า บางทีคุณนายคงสังเกตเห็นความผิดปกติของซูหร่วนมานานแล้ว ถึงได้กำชับให้เธอคอยจับตาดูอีกฝ่ายอยู่ตลอด
ทันทีที่เวินม่านเยวี่ยรับถุงนั้นมา ซูหร่วนก็รีบเข้ามาใกล้พร้อมร่ำไห้แก้ตัว
“ไม่ใช่นะคะ ไม่ใช่ค่ะ นี่เป็นของของฉันเอง ฉันไม่ได้คิดจะเทมันลงไปในน้ำแกง! พี่แม่บ้านมองผิดแล้วค่ะ!”
