เซี่ยชิงเหยี่ยนสมองขาวโพลนไปชั่วขณะ เขาอ้าปากค้าง
“อะ...อะไรนะ?”
เขายอมสงสัยว่าตนฟังผิดไปเสียยังดีกว่า ไม่อยากให้สิ่งที่เพิ่งได้ยินเป็นความจริง
หนิงม่านเยวี่ยหลุบตามองมือตัวเอง ก่อนเอ่ยซ้ำอีกครั้ง
“บุญคุณช่วยชีวิตต้องตอบแทนด้วยการมอบกายให้ชดใช้ ชิงเหยี่ยน แต่งกับข้าเถอะ”
สีหน้าเซี่ยชิงเหยี่ยนเปลี่ยนไปมาอย่างยากคาดเดา ก่อนจะกลับมาสงบนิ่งในที่สุด แววตาของเขาแน่วแน่ คำพูดที่เอ่ยออกมากลับบาดลึกเป็นพิเศษ
“ข้าเป็นหมอ การช่วยคนคือหน้าที่ เป็นจิตเมตตาของแพทย์ เยวี่ยเยวี่ย วันนั้นไม่ว่าเป็นใครข้าก็ช่วยทั้งนั้น รวมถึงตอนแรกที่ช่วยเจ้ากลับมาก็เช่นกัน
เจ้าไม่ต้องใส่ใจมากนัก ข้าไม่ต้องการให้เจ้าตอบแทน แค่เจ้าอยู่ดีมีสุข ก็เป็นการตอบแทนที่ดีที่สุดแล้ว”
หนิงม่านเยวี่ยไม่ได้แปลกใจกับคำตอบของเขาเลย ในใจนางคาดไว้อยู่แล้ว ทว่าบนใบหน้ากลับเผยความหม่นหมอง
นางตั้งสติ ก่อนเผยรอยยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง แล้วมองเซี่ยชิงเหยี่ยนพลางเอ่ยว่า
“ถ้าเช่นนั้น หากข้าชอบท่านเล่า?”
ลมหายใจของเซี่ยชิงเหยี่ยนสะดุด หัวใจเต้นเร็วกว่าเมื่อครู่ไม่น้อย
ในจุดที่หนิงม่านเยวี่ยมองไม่เห็น มือของเขาสั่นน้อย ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ บางทีอาจเพราะตกใจ หรือไม่ก็เพราะเหตุผลอื่น...
สายตาของหนิงม่านเยวี่ยไม่หลบเลี่ยงแม้แต่น้อย แววตาร้อนผ่าวจนเซี่ยชิงเหยี่ยนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบ
อากาศรอบตัวพลันเงียบงันลง เหลือเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งสอง
หนิงม่านเยวี่ยจ้องมองเขาอย่างแทบจะดื้อรั้น อยากได้คำตอบสักอย่าง แต่เซี่ยชิงเหยี่ยนกลับอยากหลบหนี เพราะเขาให้คำตอบนางไม่ได้
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าใด จู่ ๆ สายลมจากนอกเรือนก็พัดเข้ามา ดึงสติของเซี่ยชิงเหยี่ยนกลับคืน
