ยามค่ำ หนิงม่านเยวี่ยรั้งเซี่ยชิงเหยี่ยนไว้รับประทานอาหารเย็น
หลังอาหารเย็น เมื่อเห็นว่าเซี่ยชิงเหยี่ยนไม่มีท่าทีจะกลับ นางก็เอ่ยอย่างสนอกสนใจว่า
“คืนนี้ชิงเหยี่ยนคิดจะพักอยู่ในจวนของข้าหรือ?”
เซี่ยชิงเหยี่ยนยกมุมปาก ก่อนก้าวเข้ามาหาแล้วก้มมองหนิงม่านเยวี่ยที่กำลังยิ้ม
เขายกมือขึ้นปิดดวงตาของนาง น้ำเสียงแผ่วเบาและอ่อนโยน
“ถึงเวลาทวงรางวัลจากกระดานหมากวันนี้แล้ว”
ฝ่ามือที่ปิดดวงตาเย็นอยู่เล็กน้อย ความมืดทำให้ประสาทสัมผัสของหนิงม่านเยวี่ยยิ่งแจ่มชัด
ปลายจมูกได้กลิ่นหอมของสมุนไพรอันเป็นเอกลักษณ์จากกายเซี่ยชิงเหยี่ยน ข้างหูมีเสียงทุ้มนุ่มแหบพร่าของเขา ลมหายใจร้อนผ่าวขยับเข้ามาใกล้ใบหน้าของนางทีละน้อย…
จุมพิตแผ่วเบา อบอุ่น และอ่อนหวานประทับลงบนริมฝีปากของหนิงม่านเยวี่ย
จุมพิตนี้แตะแล้วผละจาก หนิงม่านเยวี่ยยังไม่ทันได้ลิ้มรสอะไร ความนุ่มอุ่นบนริมฝีปากก็หายไปเสียแล้ว
นางดึงมือเซี่ยชิงเหยี่ยนออก ภาพตรงหน้าคือดวงตาอ่อนโยนของเขากับใบหูที่แดงก่ำ
“ทำไมแค่ครั้งเดียวล่ะ?”
หนิงม่านเยวี่ยมองเขาอย่างไม่พอใจ สายตาหยุดอยู่บนริมฝีปากบางนั้น
ริมฝีปากงดงามขนาดนี้ หากไม่จุมพิตอีกสักหน่อยก็น่าเสียดายแย่
ก่อนพบหนิงม่านเยวี่ย เซี่ยชิงเหยี่ยนไม่เคยคิดเลยว่าในโลกนี้จะมีสตรีที่กล้าหาญถึงเพียงนี้
หลังจบกระดานหมากในวันนี้ หนิงม่านเยวี่ยขยับเข้าไปกระซิบข้างหูเซี่ยชิงเหยี่ยน บอกเขาถึงรางวัลที่นางต้องการ นั่นคือจุมพิตจากเขา
แม้เซี่ยชิงเหยี่ยนจะกระดากอายอยู่บ้าง แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้
“เยวี่ยเยวี่ย วันนี้ข้าก็แหกกฎไปแล้ว จะทำเช่นนั้นอีกไม่ได้…”
