วันนี้หลังออกจากบริษัท หนานจิ่งเฮ่อบังเอิญผ่านร้านอาหารแห่งนี้พอดี ก่อนหน้านี้เคยได้ยินผู้ช่วยพูดว่ารสชาติไม่เลว จึงคิดจะแวะมากินมื้อเย็น
แต่เขาไม่คิดเลยว่าจะมีใครบางคนพุ่งเข้ามาชนอ้อมอกเขาตรง ๆ แบบนี้
พฤติกรรมเช่นนี้เขาเห็นจนชินแล้ว หากเป็นปกติคงเหวี่ยงอีกฝ่ายออกไปอย่างแรง ทว่าวันนี้ไม่รู้เป็นอะไร เขากลับไม่ได้ผลักเธอออกไปทันที
สัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลในอ้อมแขน หนานจิ่งเฮ่อยังได้กลิ่นเหล้าปนกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้และผลไม้
หอมดีเหมือนกัน
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทำอะไร คนในอ้อมแขนก็ถอยออกไปเอง
“ขอโทษค่ะ ฉันมองทางไม่ทัน คุณไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?”
หลินม่านเยวี่ยเงยหน้ามองคนที่ตนชนเข้า
เขาสวมเสื้อไหมพรมคอจีนสีดำเข้ารูป แขนเสื้อถลกขึ้น เผยให้เห็นท่อนแขนกระชับและนาฬิกาข้อมือราคาแพง ด้านล่างเป็นกางเกงสแล็กสีดำ ดูสำรวมแต่ก็มีเสน่ห์เย้ายวน
ส่วนสูงราว 190 เซนติเมตร โครงหน้าคมคาย คิ้วตาลึกและเฉียบคม สันกระดูกคิ้วนูนเล็กน้อย จมูกโด่งได้รูป เมื่อมองใกล้ ๆ ดวงตาของเขากลับเป็นสีฟ้า
ในฐานะลูกครึ่งประเทศเอชกับประเทศเอ็ม รูปลักษณ์ภายนอกของหนานจิ่งเฮ่อนั้นไร้ที่ติจริง ๆ
หลินม่านเยวี่ยสูดจมูก กลิ่นหอมเย็นบนตัวหนานจิ่งเฮ่อชวนให้มึนเมาอยู่บ้าง
ไม่รู้ว่าเป็นน้ำหอมยี่ห้อไหน กลิ่นอะไร
“ไม่เป็นไร”
เสียงทุ้มไพเราะดังเข้าหู ความคิดของหลินม่านเยวี่ยก็ลอยไปไกลอีกครั้ง อดคิดเรื่องอื่นไม่ได้
หนานจิ่งเฮ่อก้มมองคนตรงหน้า เธอสวยกว่าผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยพบมาก่อนเสียอีก