เฝิงเปียวถูกหวงเหวินฮั่นพูดจนมึนงง เขานิ่งไปหลายวินาทีกว่าจะนึกออกว่าหวงเหวินฮั่นหมายถึงใคร
“นายหมายถึงเธอเหรอ? ผู้หญิงคนนั้นจากหมู่บ้านซิ่วสุ่ยเนี่ยนะ เป็นไปไม่ได้หรอก” เฝิงเปียวไม่เชื่อเลยสักนิด “ฉันเคยไปรับพัสดุให้เธอ เธอขายแค่สบู่กับยาสีฟัน วันหนึ่งก็มีแค่ชิ้นสองชิ้นเอง”
เฝิงเปียวพูดอย่างมั่นใจ “พี่หวง เดี๋ยวนี้จะหาซื้อสบู่กับยาสีฟันที่ไหนไม่ได้ ใครจะไปซื้อกับเธอ นายต้องจำผิดแน่ ๆ”
หวงเหวินฮั่นขมวดคิ้วด้วยความโกรธ “จำผิดงั้นเหรอ? เป็นไปไม่ได้! ฉันมั่นใจว่าหานเจิ้งกังไปรับของจากเธอ!”
เมื่อเช้าหวงเหวินฮั่นแอบขับรถตามหานเจิ้งกังไป เพื่อดูว่าอีกฝ่ายไปรับพัสดุที่ไหนกันแน่
ถ้าหานเจิ้งกังพาลูกค้าของเขาไปเปิดกิจการเองจริง ๆ เขาต้องไปถามหานเจิ้งกังให้รู้เรื่อง
หานเจิ้งกังไปหมู่บ้านซิ่วสุ่ย
หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ห่างไกล
หวงเหวินฮั่นค่อยโล่งใจ เพราะเขาไม่เคยมาหมู่บ้านซิ่วสุ่ย
แม้จะไม่เคยมา แต่ชื่อหมู่บ้านซิ่วสุ่ยกลับฟังดูคุ้นหูอย่างประหลาด
เขานึกถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยมาที่ร้านของพวกเขาขึ้นมาได้ทันที
ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าเธออยู่หมู่บ้านซิ่วสุ่ย อยากให้พวกเขาไปรับพัสดุให้ แต่ตอนนั้นเฝิงเปียวบอกเขาว่าผู้หญิงคนนี้มีพัสดุน้อย แถมยังเรื่องมาก บอกให้เขาอย่าไปรับ
หวงเหวินฮั่นพอจำได้ แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นผู้หญิงคนนี้หรือเปล่า เขาจึงจดที่อยู่ไว้แล้วรีบกลับมาตรวจสอบ
ผู้หญิงคนนี้เคยส่งพัสดุกับร้านของพวกเขา เขาจึงตรวจสอบที่อยู่ได้
พอตรวจดูถึงได้รู้ว่าเป็นเธอจริง ๆ
หวงเหวินฮั่นโมโหแทบตาย ธุรกิจดี ๆ แบบนี้กลับถูกเขาปฏิเสธไปเอง
เขาฟังคำพูดไร้สาระของเฝิงเปียวจนเสียลูกค้ารายใหญ่ไปแบบนี้ เสียดายจนอยากจะบ้าตาย
ได้ฟังหวงเหวินฮั่นเล่าแล้ว เฝิงเปียวก็ยังทำใจเชื่อได้ยาก
“ไม่น่าใช่นะ ฉันทำงานส่งพัสดุมาตั้งหลายปี เจอแม่ค้าพ่อค้าออนไลน์มาสารพัด เธอเป็นแค่ร้านเล็กจิ๋วที่สุดแล้ว ของที่เธอขายจะมีใครอยากได้กัน”
เขาจุ๊ปาก ก่อนถามว่า “พี่หวง นายเห็นไหมว่าหานเจิ้งกังไปรับพัสดุจากเธอมากแค่ไหน?”
