ในโคลนตม ทั้งสองคนจับชายเสื้อของอีกฝ่ายไว้พลางด่าทอกันไปมา ผลัดกันรุกผลัดกันรับ ไม่มีใครยอมใคร ชาวบ้านหลายคนรีบเข้าไปห้าม
บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านพลันเสียงดังอื้ออึง เสียงทะเลาะและเสียงห้ามปรามดังระงมสลับกันไปมา จนกลายเป็นความวุ่นวายไปทั่ว
“พอแล้ว ๆ อายุปูนนี้แล้วยังมาทึ้งกันอยู่ตรงนี้อีก ดูไม่เหมาะเลย! วันตรุษจีนทั้งที อย่าทำให้เรื่องมันน่าเกลียดเลย ใจเย็น ๆ แล้วมานั่งคุยกันดี ๆ ควรคืนเงินก็คืน ทุกอย่างมีขั้นตอนของมัน”
“พี่สะใภ้หลี่ พอแล้ว ปล่อยมือเถอะ ดูสิ เลอะโคลนไปทั้งตัวแล้ว มีอะไรก็ลุกขึ้นมาคุยกัน ไม่เห็นต้องลงไม้ลงมือให้เจ็บตัวเลย”
“อย่าตีกันเลย ทำตัวโวยวายก็แก้ปัญหาไม่ได้ รีบลุกขึ้นมาเถอะ หมู่บ้านเรามีทั้งผู้ใหญ่บ้านกับหัวหน้าคณะกรรมการหมู่บ้าน ไปให้พวกเขาช่วยจัดการสิ!”
ในกลุ่มคนที่ยืนดู ส่วนใหญ่ต่างตำหนิหวังเหล่าไท่
“หวังเหล่าไท่คนนี้ไม่รู้จักเหตุผลอยู่แล้ว หลานชายตัวเองติดหนี้แล้วยังไม่ยอมจ่าย กลับมาทำกร่างใส่คนอื่นแบบนี้”
“ปกติก็ชอบอยู่ในหมู่บ้านคอยยุแยงตะแคงรั่ว นินทาคนอื่น ใจแคบแถมยังรับมือยาก วันนี้ยิ่งเกินไปใหญ่ กล้าฉีกหลักฐานของคนอื่นต่อหน้าสาธารณชนด้วยซ้ำ ฉันว่าแจ้งตำรวจให้พาตัวไปสถานีตำรวจ อบรมเสียให้เข็ดเถอะ!”
“พูดแล้วก็น่าสงสารนะ ทั้งที่มีลูกชายลูกสาว สุดท้ายกลับใช้ชีวิตเหมือนคนแก่ไร้ญาติ ลูก ๆ ก็อยู่ข้างนอกทั้งปีไม่กลับมาดูแลกันเลย”
“ก็สมควรแล้วนี่! ตอนสาว ๆ ก็ขึ้นชื่อเรื่องปากร้ายขี้เหนียว อยากเอาเปรียบคนอื่นไปเสียทุกเรื่อง ไม่ยอมเสียเปรียบแม้แต่นิดเดียว พ่อแม่เป็นแบบไหน ลูกหลานก็เป็นแบบนั้น คนทั้งบ้านเป็นคนแบบเดียวกันหมด วันนี้ตกอยู่ในสภาพนี้ก็สมควรแล้ว!”
