หลังมื้อเย็น หวงซิ่วหลานก็ขึ้นชั้นบนตามเจียงหนานไป นั่งลงหารือเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับการปลูกพืชในโรงเรือนกันต่อ
หวงซิ่วหลานเป็นคนใจร้อนอยู่แล้ว เธอเฝ้าหวังว่าจะได้เริ่มลงมือทำงานโดยเร็ว
เจียงหนานเองก็อยากสรุปแผนให้เร็วที่สุด จะได้เริ่มก่อสร้างเสียที แต่ความจริงตอนนี้พวกเธอพลาดช่วงเวลาที่ดีที่สุดไปแล้ว จึงยิ่งต้องเร่งมือ
ถ้าเริ่มงานได้เร็วกว่านี้สัก 3 เดือน สตรอว์เบอร์รีรุ่นแรกก็จะสุกและออกขายได้พอดีก่อนตรุษจีน ช่วงก่อนตรุษจีนไม่ต้องห่วงเรื่องช่องทางจำหน่าย แถมยังขายได้ราคาดีกว่าอีกด้วย
แต่เมื่อย้อนกลับไป 3 เดือน หวงซิ่วหลานยังไม่ได้เป็นหัวหน้าคณะกรรมการหมู่บ้าน ตอนนั้นเจ้าหน้าที่หมู่บ้านไม่ทำงานทำการ เอาแต่คำนวณผลประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ ของตัวเองทั้งวัน ไม่มีความคิดจะพัฒนาหมู่บ้านเลยสักนิด จะไปคิดทำโรงเรือนปลูกสตรอว์เบอร์รีได้อย่างไร
ส่วนตอนนั้นเจียงหนานก็เพิ่งกลับหมู่บ้านมาได้ไม่นาน ไม่มีใครมองว่าเธอจะทำอะไรสำเร็จด้วยซ้ำ
ที่ตอนนี้หวงซิ่วหลานได้รับการยอมรับจากชาวบ้านส่วนใหญ่ได้อย่างราบรื่น ก็เป็นเพราะเจียงหนานอยู่มาก
เจียงหนานพิสูจน์ความสามารถของตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า ชาวบ้านจึงเชื่อใจเธอจากใจจริง ขอเพียงเป็นเรื่องที่เจียงหนานอยากทำ ทุกคนก็ยินดีสนับสนุน
หวงซิ่วหลานยื่นราคาที่เธอสอบถามเรื่องโรงเรือนมาให้เจียงหนานดู พอเจียงหนานกวาดตามองก็รู้สึกว่าราคาต่ำเกินไป
เธอหยิบกระดาษออกมาแจกแจงให้หวงซิ่วหลานดูทีละรายการ ทั้งโครงสร้างเหล็กของโรงเรือน ฟิล์มคลุม ระบบปลูกพืชแนวตั้ง ระบบจัดการน้ำและปุ๋ยแบบครบวงจร รวมถึงอุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิพื้นฐานต่าง ๆ ราคาของพวกนี้เปิดเผย ตรวจสอบคร่าว ๆ ทางอินเทอร์เน็ตได้ทั้งหมด
ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านหยวน
“เยอะขนาดนี้เลยเหรอ” หวงซิ่วหลานประหลาดใจเล็กน้อย เธอชี้รายการหนึ่งบนกระดาษแล้วถามว่า “หนานหนาน จำเป็นต้องปลูกพืชแนวตั้งด้วยเหรอ”
