เจียงหนานไม่คิดเลยว่าเรื่องส่งพัสดุจะพลิกผันจนแก้ปัญหาได้ง่ายดายแบบนี้
หานเจิ้งกังอายุยังไม่มาก แต่ดูน่าเชื่อถือกว่าสองคนนั้นที่เจนจัดเสียอีก
พอคิดว่าต่อไปไม่ต้องไปข้องเกี่ยวกับคนพวกนั้นเวลาไปส่งพัสดุ เจียงหนานก็อารมณ์ดีขึ้นมาก
เธอโทรหาซ่งเฟยเฟย ถามว่าเขาว่างออกมากินมื้อกลางวันไหม
“พี่สาว ตอนเที่ยงผมมีงานต้องไปส่ง กินด้วยไม่ได้ครับ”
คนที่บ้านต่างก็ยุ่งกันหมด จะใช้ชีวิตหาเลี้ยงชีพก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
เจียงหนานถอนหายใจ “งั้นก็ได้ ไว้คราวหน้าค่อยกินกัน วันนั้นพี่บอกเพื่อนร่วมงานเธอว่าจะเลี้ยงชานม ลองนับดูว่ากี่แก้ว เดี๋ยวพี่สั่งให้”
ซ่งเฟยเฟยปฏิเสธ แต่เจียงหนานยืนกราน เขาจึงจำใจนับดู “สิบแก้วก็พอครับ พี่น้องบางคนไม่อยู่แล้ว ไว้ผมค่อยเลี้ยงเพิ่มทีหลัง”
เจียงหนานตอบตกลง ก่อนจะพูดต่อว่า “ช่วยขอบคุณเพื่อน ๆ ให้พี่ด้วยนะ ที่คอยมาช่วยปั่นยอดสั่งซื้อให้บ่อย ๆ แล้วก็สายฟ้าคนนั้นด้วย วันก่อนถ่ายคลิปเสร็จ เมื่อวานก็ยังมาอีก”
ซ่งเฟยเฟยหัวเราะอย่างมีเลศนัยจากปลายสาย “ไม่เป็นไรครับ พวกเดียวกันทั้งนั้น พี่ ผมบอกเลยนะ พี่มีเสน่ห์สุด ๆ พี่น้องหลายคนบอกว่าพี่เป็นคนในฝันของพวกเขา อยากมาเป็นพี่เขยผมด้วย”
เจียงหนานยิ้ม “แล้วเธอตอบไปว่ายังไงล่ะ”
ซ่งเฟยเฟยพูดอย่างภูมิใจ “ผมบอกให้พวกเขาฝันไปก็พอ พี่สาวผมเป็นคนที่จะทำเรื่องใหญ่โตได้ คนธรรมดา ๆ จะคู่ควรได้ยังไง”
เจียงหนานหัวเราะออกมา “เขาไม่ว่าหรอกเหรอว่าเธอโม้ สาววัยทำงานตกงานกระโดดเข้าวงการขายของไลฟ์สด แถมยังต้องให้คนอื่นช่วยปั่นยอดขาย จะไปทำเรื่องใหญ่โตอะไรได้”
ซ่งเฟยเฟยหัวเราะลั่น “ถึงจะ... แต่ยังไงผมก็เชื่อในตัวพี่นะ ผมไปส่งของก่อน ขอบคุณของพี่ ผมจะบอกพวกเขาให้แน่นอน”
ในอำเภอเพิ่งเปิดห้างใหม่ เจียงหนานนาน ๆ จะได้มาแถวนี้สักครั้ง เลยแวะเข้าไปเดินดู
