เมื่อเห็นว่าความคิดเห็นในช่องคอมเมนต์ล้วนสนับสนุนเธอ เจียงหนานก็รู้สึกซาบซึ้งใจอยู่บ้าง
แววตาของเจียงหนานเต็มไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนฉันขนาดนี้ มีทุกคนคอยสนับสนุน ฉันก็ยิ่งมั่นใจขึ้น”
“แน่นอนว่าทุกคนไม่ต้องจริงจังกับมันมากนัก เพราะนี่ก็เป็นแค่การแข่งขันครั้งหนึ่ง ไม่ได้กำหนดทิศทางชีวิต และยิ่งไม่จำเป็นต้องใช้มันมาตัดสินความสำเร็จหรือล้มเหลว”
“เราทำใจให้สบายแล้วรับมือกับมันตามปกติก็พอ ถึงตอนที่ฉันแข่งขัน ฉันก็หวังว่าทุกคนจะซื้อสินค้าตามกำลังของตัวเอง ซื้อเท่าที่จำเป็น”
“ฉันจะพยายามให้เต็มที่ และขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนฉัน”
ไม่มีใครต้านทานความจริงใจในแววตาของเจียงหนานได้ และไม่มีใครไม่ชอบเธอที่มีทั้งความรู้สึกและเหตุผลอยู่ในตัว
เช้าวันถัดมา หยางจิ่งหรานก็มาถึงหมู่บ้านซิ่วสุ่ย
หยางจิ่งหรานยืนอยู่ตรงปากทางเข้าหมู่บ้านซิ่วสุ่ย คำว่า “หมู่บ้านซิ่วสุ่ย” ถูกเขียนลวก ๆ ไว้บนกำแพงดินเก่าคร่ำคร่าที่สีหลุดล่อน สีที่เคยทาไว้กะเทาะออก ตัวอักษรถูกลมฝนและแสงแดดแผดเผามาหลายปีจนพร่าเลือน
หมู่บ้านนี้ดูเก่าแก่เงียบเหงา ทุกแห่งหนอบอวลด้วยบรรยากาศเสื่อมโทรมตามกาลเวลา
หลายปีมานี้หยางจิ่งหรานเดินทางไปโน่นมานี่ พบเห็นมาสารพัด ต่อให้เป็นสถานที่เจริญรุ่งเรืองแค่ไหนก็ไม่ทำให้เขาประหลาดใจได้ แต่ตอนนี้เขากลับตกตะลึงจริง ๆ
สตรีมเมอร์ที่ติดอันดับหนึ่งในร้อยอาศัยอยู่ที่นี่เหรอ?
หมู่บ้านบนเขาเล็ก ๆ ที่ทั้งรกร้างและทรุดโทรมแห่งนี้เนี่ยนะ?
ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้ดูการแข่งขัน จึงไม่รู้ว่าเจียงหนานเป็นใคร
ในจินตนาการของเขา สตรีมเมอร์ที่ติดอันดับหนึ่งในร้อยน่าจะดูดีมีสง่า เป็นพนักงานออฟฟิศในเมือง มีสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิตและทำงานที่ดี
