บางทีราชาแอบอู้อาจบอกเจียงหนานไปแล้วว่าเหตุใดเสิ่นจื่อหลีถึงตามหาเธอ พอเจียงหนานได้รับโทรศัพท์จากเสิ่นจื่อหลีจริง ๆ จึงรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก
เจียงหนานคุ้นเคยกับเสียงของเสิ่นจื่อหลี เธอเคยดูละครของเขา และเคยฟังเสียงเขาต่อหน้าแล้วด้วย แต่พอเสียงนี้ดังมาจากโทรศัพท์ เธอก็ยังรู้สึกเหมือนเรื่องไม่จริงอยู่บ้าง
เสิ่นจื่อหลีไม่มีท่าทีวางมาดคนดังเลยสักนิด น้ำเสียงสุภาพอย่างยิ่ง
“ต้องขอโทษด้วยนะครับ อาจารย์เจียงหนาน ผมไม่ได้ติดต่อคุณล่วงหน้า กลับให้ผู้ช่วยโทรไปหาคุณเสียก่อน ทำให้คุณลำบากใจแล้ว”
เมื่อเช้าเจียงหนานวางสายจากผู้ช่วยของเสิ่นจื่อหลีไปแล้ว แต่เสิ่นจื่อหลีกลับไม่ถือสาแม้แต่น้อย แถมพอเริ่มพูดก็รับผิดไว้ที่ตัวเองก่อน ทำให้เจียงหนานรู้สึกกระอักกระอ่วนไม่น้อย
คนภายนอกมักชื่นชมว่าเสิ่นจื่อหลีเป็นคนอ่อนโยนสุขุม แม้จะเป็นดาราดังระดับแถวหน้าและมีแสงสปอตไลต์ส่องอยู่รอบตัว แต่ก็ไม่เคยวางมาดคนดัง พอได้สัมผัสด้วยตัวเอง เจียงหนานจึงเข้าใจอย่างแท้จริงว่าคำพูดเหล่านั้นไม่ได้เกินจริง
สำหรับเสิ่นจื่อหลีแล้ว เธอเป็นเพียงคนตัวเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครรู้จัก การที่เขาวางตัวถ่อมตนขนาดนี้จึงเกินความคาดหมายของเจียงหนานมาก
เจียงหนานรีบตอบอย่างสุภาพ
“อาจารย์เสิ่นเกรงใจเกินไปแล้วค่ะ คนที่ควรขอโทษคือฉันต่างหาก ต้องขอโทษด้วยที่วางสายผู้ช่วยของคุณไป เพราะฉันไม่กล้าเชื่อจริง ๆ ว่าคุณจะติดต่อมาหาฉัน ขอโทษนะคะ”
ปลายสายหัวเราะเบา ๆ อย่างอ่อนโยน “เราไม่ได้เกริ่นกันไว้ก่อน จู่ ๆ ก็โทรไปหาใคร ใครก็คงเข้าใจผิดได้ทั้งนั้น อาจารย์เจียงหนานไม่ต้องขอโทษหรอกครับ”
“ที่รีบติดต่อคุณคราวนี้ เพราะผมมีงานหนึ่งอยากคุยด้วย เนื่องจากเวลาค่อนข้างกระชั้น เลยอยากติดต่อคุณให้เร็วที่สุด เพื่อถามว่าคุณสนใจไหมครับ”
