เจียงหนานเตรียมเปิดขายข้าวโพดอีกครั้ง
ยังมีข้าวโพดจากอีกสามครัวเรือนที่ต้องขาย รวมแล้วเกือบ 20,000 ชั่ง
หวงซิ่วหลานเป็นสะใภ้บ้านตระกูลจาง เธอเป็นคนอัธยาศัยดีและเต็มใจยื่นมือช่วยเหลือบ้านที่เดือดร้อน เจียงหนานชื่นชมในนิสัยของเธอมาก
หวงซิ่วหลานเคยช่วยเหลือครอบครัวเจียงหนานมาก่อน ครั้งนี้ยังอาสาช่วยบ้านลุงอู๋เก็บข้าวโพดอีกด้วย เจียงหนานย่อมต้องช่วยเธออยู่แล้ว
ส่วนคู่สามีภรรยาสูงวัยบ้านตระกูลกัว ก็เป็นคนใจดีมีเมตตาที่สุดกลุ่มหนึ่งในหมู่บ้าน เคยช่วยเหลือบ้านอื่น ๆ รวมถึงครอบครัวเจียงหนานด้วย คุณย่ากัวชอบเจียงหนานมาก ชอบมาตั้งแต่เธอยังเด็ก
ตอนเจียงหนานกลับมาครั้งนี้ เธอได้ยินว่ามีคนพูดถึงเธอลับหลัง คุณย่ากัวก็เป็นคนออกหน้าห้ามไว้
ถึงอย่างนั้น คุณย่ากัวก็ไม่เคยมาเอาหน้ากับเธอ หลายเรื่องเธอทำโดยไม่พูด เพราะไม่ได้ทำเพื่อให้ใครเห็น
ลูกสาวทั้งสองคนของคุณย่ากัวแต่งงานไปอยู่หมู่บ้านอื่นแล้ว ช่วงฤดูเก็บเกี่ยวจะกลับมาช่วยงานบ้าง แต่ปกติไม่ค่อยได้กลับมา
ไม่ใช่ว่าลูกสาวไม่อยากกลับมา เพียงแต่พอมีครอบครัวแล้วก็ย่อมมีภาระของตัวเอง โลกของผู้ใหญ่ไม่มีคำว่าง่ายเลย
คู่สามีภรรยาสูงวัยบ้านตระกูลกัวอาศัยแรงตัวเองหาเงินเก็บไว้ใช้ยามแก่ เจียงหนานไม่อยากให้พวกเขาทำงานเหนื่อยมาทั้งปีแล้วไม่ได้อะไรเลย
บ้านสุดท้ายคือบ้านหวังมู่เกิน ซึ่งเป็นครอบครัวที่ลำบากที่สุดในหมู่บ้าน
หลายปีก่อน ตอนลูกชายออกไปทำงานข้างนอก เขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ช่วงแรกกลายเป็นเจ้าชายนิทรา ต่อมาจึงค่อย ๆ ฟื้นขึ้นและเริ่มพักฟื้น ตอนนี้ลงจากเตียงเดินเหินได้แล้ว แต่ก็ยังมีอาการตกค้างอยู่บ้าง
หลายปีมานี้ ครอบครัวใช้เงินรักษาเขาจนหมด ชีวิตลำบากแสนเข็ญ ถึงอย่างนั้น ปีที่เจียงหนานสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ หวังมู่เกินก็ยังถือเงิน 200 หยวนมาที่บ้านของเธอ ยืนกรานจะยัดเยียดให้
คนในบ้านเจียงหนานจะรับเงินจากครอบครัวเขาได้ยังไง ต่างฝ่ายต่างไม่ยอม สุดท้ายจึงยื้อยุดกันไปมา
จนถึงวันนี้เจียงหนานก็ยังลืมภาพหวังมู่เกินที่ถูกพ่อแม่ของเธอดึงรั้งไว้เพื่อปฏิเสธเงินก้อนนั้นไม่ได้ เขายืนนิ่งไม่ไหวติงราวกับเข้าฌาน ดวงตามีหยาดน้ำตาขุ่นมัวเอ่อคลอ
