ไม่กี่วันต่อมา ตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านของหวังฟู่กุ้ยก็ถึงคราวสิ้นสุดลง
ได้ยินว่าทางเบื้องบนเรียกหวังฟู่กุ้ยไปพูดคุย พอกลับมาเขาก็ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านด้วยตัวเอง
ตอนนี้ตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านซิ่วสุ่ยว่างลง จำเป็นต้องเริ่มกระบวนการเลือกตั้งซ่อมทันที
หลายวันมานี้ คนในหมู่บ้านซิ่วสุ่ยต่างพูดถึงเรื่องนี้กันไม่หยุด
ตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านอาจไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่ก็มีอำนาจจัดการเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ในหมู่บ้านอยู่บ้าง ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ได้รับความนับถือ
ในการประชุมเสนอชื่อ ชาวบ้านหลายคนเสนอตัวเอง
พวกเขาอายุไล่เลี่ยกับหวังฟู่กุ้ย ก่อนหน้านี้ตราบใดที่หวังฟู่กุ้ยยังอยู่ พวกเขาก็ไม่มีโอกาส
ใครจะคิดว่าฟ้าจะเปิดทางให้ มอบโอกาสดี ๆ แบบนี้มาให้ ไม่มีใครยอมปล่อยโอกาสหลุดมือแน่
หลายคนพูดจ้อกันยืดยาว แต่ไม่มีเนื้อหาสาระอะไร ล้วนเป็นคำพูดลอย ๆ
คนพวกนี้แต่เดิมก็ไม่ใช่คนขยันขันแข็ง ชอบฉวยโอกาสและใช้ทางลัด เรียกได้ว่าเป็นคนประเภทเดียวกับหวังฟู่กุ้ย
เจียงหนานคาดการณ์ได้เลยว่า ถ้าคนพวกนี้ได้ขึ้นมา หมู่บ้านซิ่วสุ่ยก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
พอพวกเขาพูดจบ คนจากคณะกรรมการหมู่บ้านก็ถามว่า
“ยังมีใครอยากเสนอชื่ออีกไหม จะเสนอชื่อตัวเองหรือคนอื่นก็ได้”
“ถ้าไม่มีแล้ว ขั้นต่อไปจะเป็นการเสนอชื่อและนับคะแนน คนที่ได้คะแนนเกินครึ่งจะเป็นผู้สมัคร หลังจากตรวจสอบคุณสมบัติแล้วก็จะประกาศรายชื่อ เมื่อครบกำหนดประกาศแล้วจึงจัดการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ มีใครยังสงสัยอะไรไหม”
ถ้าเป็นเมื่อก่อน หมู่บ้านซิ่วสุ่ยคงไม่มีขั้นตอนที่เป็นทางการขนาดนี้
แต่การเลือกตั้งซ่อมของหมู่บ้านซิ่วสุ่ยครั้งนี้ ทางอำเภอส่งเจ้าหน้าที่มาคอยชี้แนะและกำกับดูแล ใครจะกล้าทำอะไรไม่เป็นทางการล่ะ
เจียงหนานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นยืน
