นี่คือเสียงปรบมือที่ห่างหายไปนาน
เจียงหนานไม่ได้ยินเสียงคนปรบมือให้เธอมาหลายปีแล้ว
เธอถอนหายใจเบา ๆ รู้สึกสะเทือนใจอยู่บ้าง
ท่ามกลางเสียงปรบมือและคำชื่นชม เธอเปิดไมโครโฟน เสียงใสกังวานเปี่ยมพลังส่งไปถึงหูทุกคน
“ขอบคุณทุกคนมากนะคะ ขอบคุณจริง ๆ ที่มาช่วยกัน”
“ตอนนี้เกือบห้าโมงแล้ว ยังเหลืออีกหนึ่งชั่วโมงสามสิบนาทีก่อนจะถึงเวลาปิดรับพัสดุที่บริษัทส่งพัสดุเฟยฉืออนุมัติให้เราเป็นกรณีพิเศษ”
“ในเมื่อวันนี้พวกเราคว้าชัยชนะครั้งแรกได้ ขายข้าวโพด 20,000 ชั่งหมดเกลี้ยงแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นเราจะคว้าชัยชนะครั้งที่สองได้ไหม ทุกคนช่วยกันอีกแรง ส่งพัสดุที่สั่งซื้อวันนี้ออกไปให้หมด!”
เจียงหนานคิดมาตลอดว่า สิ่งที่คนในหมู่บ้านซิ่วสุ่ยขาดไปมีเพียงแรงฮึดเท่านั้น
ขาดแรงที่จะคิดไปในทางเดียวกันและร่วมแรงร่วมใจกัน
บางทีอาจเป็นเพราะบรรยากาศวันนี้พาไป เสียงตอบรับที่ดังขึ้นจึงพร้อมเพรียงและกึกก้องอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
“ได้!!”
“ทุกคนลุยกันต่อ! วันนี้เราต้องส่งของออกไปให้หมด!!”
หานเจิ้งกังแพ็กของมาหลายชั่วโมงแล้ว มือเริ่มสั่นขึ้นมา
เขามองหญิงสาวร่างบางผอมเพรียวคนนั้น สายลมพัดผมของเธอจนยุ่งเหยิง แต่ไม่อาจพัดความองอาจที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างของเธอให้จางหาย
เธอราวกับมีเวทมนตร์ ทำให้คนรู้สึกมีพลังเต็มเปี่ยมไปทั้งร่าง
คนที่หานเจิ้งกังพามาก็เหนื่อยจนแทบไม่ไหว ความเร็วในการทำงานค่อย ๆ ลดลง เดิมทีความเร็วในการแพ็กของก็สู้ขั้นตอนอื่นไม่ได้อยู่แล้ว พอช้าลงก็ยิ่งตามไม่ทัน
หานเจิ้งกังให้กำลังใจพวกเขา
“ทุกคนเร่งมืออีกหน่อย อดทนอีกนิด!”
“เจียงหนานบอกแล้วว่าวันนี้ต้องส่งพัสดุออกไปให้หมด!”
“คำขวัญของบริษัทส่งพัสดุเฟยฉือคืออะไร?”
พนักงานส่งพัสดุหนุ่ม ๆ มองหน้ากันไปมา
หานเจิ้งกังบอกพวกเขาว่า
“คำขวัญของบริษัทส่งพัสดุเฟยฉือคือ มีภารกิจอยู่บนบ่า มุ่งหน้าสุดกำลัง ส่งถึงมือทุกชิ้น!”
“วันนี้พวกเราก็มีภารกิจอยู่บนบ่าเหมือนกัน ตอนนี้ทุกคนกำลังสู้กันเต็มที่ แล้วพวกเราจะสู้ไหม!”
